เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 30

โดยังผ่าตัดให้หญิงปากแหว่งสำเร็จ ทำให้นางสวยและมีความมั่นใจมากขึ้น “คงดูดีทีเดียวล่ะ อาจเหลือแผลเป็นนิดหน่อย แต่ถ้าทาแป้งปิด คิดว่าคงมองไม่ค่อยเห็น อย่างงี้คงไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

ซ๊อกรันยิ้ม ก่อนจะหันไปขอบคุณโดยังแทนหญิงสาว “ขอบคุณมากนะคะ ต่อไปคุณจะได้ไม่ต้องคิดสั้น หนีไปฆ่าตัวตายอีกแล้ว”

“ผ่าตัดคราวนี้ทำให้ได้เรียนรู้ว่า วันหน้าควรจะทำการผ่าตัดคนที่เป็นโรคปากแหว่งตั้งแต่ยัง เด็ก ๆ จะได้ไม่ต้องเอาแต่ซ่อนอยู่ในบ้าน มีโอกาสได้ออกไปเล่นกับเพื่อให้น แล้วเติบโตไปด้วยกัน ในที่ประชุมสำนักงานอนามัย ข้าจะเอาเรื่องนี้ไปเสนอให้หารือกันด้วย”

มียองรีบบอก “หลานข้าก็เป็นคนปากแหว่งเหมือนกัน แพทย์เบ๊กช่วยผ่าตัดให้เค้าได้มั้ยคะ ฮิ เอ๊ะ แพทย์ฮวางกลับมาแล้ว ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอ?”

โดยังหันไปมองตามที่มียองบอก ก็เห็นนาโอโกะกับฮวางจอง นาโอโกะมองโดยังและซ๊อกรัน ไม่ค่อยพอใจนัก

เมื่ออยู่กันสองคน นาโอโกะก็ต่อว่าโดยังทันที “ยูซ๊อกรันสำคัญกว่างานแต่งงานของเราใช่มั้ย?”

“คุณก็เห็นแล้วนี่ ว่ามีคนไข้ปากแหว่งรอการผ่าตัดด่วนอยู่” โดยังรู้สึกรำคาญมาก

“ใช่ เพราะเห็นถึงได้โกรธไงล่ะ คนปากแหว่งจำเป็นต้องผ่าตัดด่วนด้วยเหรอ รอไม่ได้เหรอ? ให้แพทย์ฮวางกลับมาทำก็ได้นี่นา บอกมาซิ ว่าคุณอยากแต่งงานกับฉันรึเปล่า?” นาโอโกะไม่พอใจมาก

“นาโอโกะ”

“คุณ…รักฉันจริง ๆ เหรอ?” นาโอโกะจ้องหน้า รอคำตอบ

“ผมบอกแล้วว่าอย่าถามคำถามแบบงี้อีก”

“นั่นสินะ 5 ปีที่ผ่านมา ฉันได้แต่ถามคุณมาตลอด ถามซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนเป็นเด็ก ๆ เพราะหวังเสมอว่า หัวใจของคุณจะเปิดรับฉันได้บ้าง วันนี้ฉันเห็นแล้ว ว่าหัวใจของคุณไม่ได้เปิดรับฉันเข้าไปเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะว่าฉันรักคุณ ฉันเลยอาจจะดูอ่อนแอในสายตาของคุณ แต่วันนี้ คุณก็ทำเกินไปจริง ๆ”

โดยังหมดความอดกลั้น ระเบิดออกมา “นั่นคือเหตุผลว่าทำไมความข้องเกี่ยวของเราถึงยังไม่ไปไหน การแต่งงานของเราเลื่อนไปก่อนเถอะ ขอโทษที่ต้องพูดคำนี้ ผมควรบอกคุณก่อนจากมา คุณควรจะรู้อีกเรื่องนึง เรื่องการระเบิดที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล ที่ห้องพักของท่านอียงอิก”

“คุณรู้เหรอว่าใครทำ คุณหมายความว่ายังไง?”

“ผมรู้สิ เรื่องนั้นคนบงการก็คือ…”

“เป็นใครล่ะคะ?” นาโอโกะเชิดหน้า

“ช่างเถอะ”

“คุณบอกฉันมาเถอะ บอกฉันมาสิ แล้วเกี่ยวอะไรกับการแต่งงานของเรา บอกมาสิคะ”

“นาโอโกะ ตอนนี้ความเกี่ยวพันของโชซอนกับญี่ปุ่นกำลังเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ถ้าเราแต่งงานท่ามกลางสภาพการณ์นี้ อาจจะไม่มีใครชื่นชมยินดีกับเรา เพราะทุกคนก็จะมองว่าผมแต่งงานเพราะอยากได้ลาภยศจากนาโอโกะ โดยเฉพาะท่านทูต และท่าน ผอ.วาตานาเบ้” โดยังกล่าวอย่างอัดอั้น

“ทำไมต้องไปแคร์สายตาคนอื่นด้วย แค่เรารักกันก็พอแล้ว”

โดยังสวนกลับทันที “ผมคงไม่แคร์ไม่ได้ ผมเป็นหมอโรงพยาบาลฮันซอง ผมอยากแสดงความสามารถ เพื่อให้ให้ได้รับการยอมรับซะก่อน ผมถึงจะแต่งงานกับคุณได้อย่างเต็มภาคภูมิน่ะ”

“ถ้างั้น จึงควรรอถึงเมื่อไหร่ล่ะคะ?”

“คิดว่าคงจะไม่นานนักหรอก”

“ถ้างั้น ฉันไปเปลี่ยนสัญชาติดีมั้ยคะ แค่นี้ก็หมดปัญหาแล้ว” นาโอโกะพูดแกมประชด “ฉันรู้สึกไม่สบายใจ ฉันรู้สึกเหมือนว่า เบ๊กโดยังกำลังจะจากฉันไป แม้แต่น้ำเสียงของคุณ ในตอนนี้ก็ไม่ปกติ ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย ฉันเป็นอย่างนี้ ดูผิดปกติมั้ย ก็ได้ค่ะ เลื่อนการแต่งงานออกไปสักพักนึงก่อน แล้วฉันจะอธิบายให้กับท่านพ่อฟังเอง แม้กระนั้น ตอนอยู่ที่นี่ คุณต้องให้เวลาอยู่กับฉันมากขึ้น ได้รึเปล่า?”

นาโอโกะอ้อนวอน ทำให้โดยังใจอ่อน “ก็ได้”

หลังจากผ่าตัดหญิงปากแหว่งสำเร็จ ทำให้คนที่มีร่างกายเช่นนี้มีความหวังขึ้น

“จากการสำรวจเราพบว่าบรรดาเด็กทารกที่เกิดในโชซอน จะมีเด็กหนึ่งในพันคนที่เกิดมาเป็นโรคปากแหว่ง หรืออาจจะถึงขั้นเป็นโรคเพดานโหว่ แต่มีแม่เด็กจำนวนมากที่รู้สึกอายกับเรื่องนี้ และคิดจะเก็บซ่อนลูกของตนเอาไว้ในบ้าน เด็กก็ยิ่งไม่มีโอกาสได้ผ่าตัด ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเร่งรณรงค์เพื่อให้เสนอโอกาสผ่าตัดให้กับเด็ก ถ้าสามารถผ่าตัดให้กับเด็กที่อายุเพียงหนึ่งหรือสองปี ก็แทบจะไม่เหลือแผลเป็นอยู่อีกเลย ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องประสานงานกับสูตินรีเวช ว่าให้คอยสังเกตเด็กที่เกิดมามีภาวะปากแหว่งด้วย ผมได้เตรียมโปสเตอร์มาด้วย แพทย์ยูครับ ลองเอากลับไปดูนะครับ”

โดยังบอกทุกคนที่เจจุงวอน พร้อมกับทำโปสเตอร์ให้เจจุงวอนออกประกาศเชิญชวนเด็ก ๆที่เป็นโรคปากแหว่งให้มารักษา ทำให้เจจุงวอนต้องรับผู้ป่วยมากขึ้น

ท่านรัฐมนตรีพ่อของนาโอโกะเดินทางมาหาบุตรสาวในโชซอน เมื่อเจอกับโดยังก็เอ่ยปาก

“ได้ยินว่าคุณยุ่งมากจนไม่มีเวลากลับไปที่ญี่ปุ่นเลย วันนั้นก็เพราะผ่าตัดคนไข้ฉุกเฉิน จึงไปขึ้นเรือไม่ทัน”

“เอ่อ ครับ” โดยัง อึดอัดกับคำพูดที่ดูเหมือนจับผิดและคาดคั้นเขา

“ไฮ้ เค้ายุ่งมากครับท่าน เพราะว่าระยะนี้แพทย์เบ๊กยังได้เป็นหัวหน้าในการรณรงค์ช่วยผ่าตัดคนที่เป็นโรคปากแหว่ง ที่สำนักงานอนามัยของโชซอนด้วยครับ นับตั้งแต่พระเจ้าโกจงเสด็จย้ายออกจากสถานทูตรัสเซีย แล้วแพทย์เบ๊กได้ทำให้ภาพลักษณ์โรงพยาบาลเราดูดีขึ้นอย่างมากเลยทีเดียวครับ” วาตานาเบ้บอก

“อืม งั้นก็คงยุ่งจริง ๆ”

“ท่านพ่อคะ โดยังเค้าได้ใช้ความสามารถทางการแพทย์เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโชซอนกับญี่ปุ่นด้วย พวกคนไข้ก็มาเข้าแถวรอกัน ก็เพราะแพทย์โดยังเลยนะคะ”

“อืม งั้นเหรอ ฮึ่ม”

“เพราะฉะนั้น เลิกโกรธเรื่องเลื่อนการแต่งงานเถอะ เราก็กำหนดวันใหม่ก็ได้นี่คะ” นาโอโกะพยายามพูดให้พ่อไม่เอาเรื่องโดยัง

“นั่นสินะ อย่างงี้ก็ไม่เลว พ่อถึงได้เดินทางมาที่นี่ไงล่ะ ฮะ ๆ ๆ งานแต่งงานที่ญี่ปุ่น เราเลื่อนออกไปก่อนได้ แต่เราจัดงานที่โชซอนก่อนได้เลยนี่” พ่อนาโอโกะพูดยิ้ม ๆ “อืม ในโชซอนคุณก็ถือเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่โต ฮะ ๆ ๆ ผมนึกถึงแต่ตัวเองมากไปหน่อย คุณคิดว่ายังไง” พ่อนาโอโกะพูดกดดันโดยัง

“ฮะ ๆ ๆ ท่านรัฐมนตรีช่างเข้าใจจิตใจของคนได้ดีจริง ๆ ครับ เอ่อ ถ้าหากเราจัดงานแต่งงานตามประเพณีญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ก็จะเป็นการแสดงสัญลักษณ์ที่ดี” วานาตาเบ้เห็นด้วย “ใช่แล้วครับ แล้วเราก็จะเชิญขุนนางใหญ่ของโชซอนมาจัดพิธีแต่งงานที่ใหญ่โตที่สุด” ทูตญี่ปุ่นเสริม

“นั่นสินะ เพราะว่าผมไม่มีลูกชาย ดังนั้นถ้าแต่งงานกันแล้ว ต้องเป็น…ลูกเขยแต่งเข้าตระกูลผม ผมจะยกนามสกุลโคบายาชิให้สืบทอด ผมต้องการจะให้คุณไปเริ่มชีวิตใหม่ในฐานะชาวญี่ปุ่น” พ่อนาโอโกะยื่นข้อเสนอให้โดยัง ทำให้โดยังรู้สึกลังเลมาก

นักฆ่าที่ฆ่ามาตังแกมีอาการอยากฝิ่นมากจึงมาที่เจจุงวอนเพื่อให้ให้ฉีดมอร์ฟีนให้

“ที่นี่มีกัญชารึเปล่าหะ? ข้าต้องการกัญชา อ้อ ได้ยินว่าที่นี่มีมอร์ฟีน รีบฉีดให้ข้าเร็ว” นักฆ่าบอกนังนังซึ่งนั่งรับคนไข้อยู่ด้วยเสียงอันเข้ม แต่สั่นบางส่วนเพราะอาการอยากฝิ่น บังเอิญฮวางจองเดินผ่านมาและเห็นอาการก็พอจะเดาได้ “นี่ท่านติดฝิ่นอยู่เหรอครับ โรงพยาบาลเราจะไม่ฉีดมอร์ฟีนให้ใครพร่ำเพรื่อหรอกครับ”

“ไม่ยอมฉีดให้ข้าใช่มั้ย?” นักฆ่าจ้องหน้า

“ฉีดให้ไม่ได้ครับ”“หึ ๆ ๆ ๆ ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่าสัตว์แล้วนะ พระราชาทรงเลื่อนชนชั้นให้กับลูกชายของข้า ข้าเลยได้เลื่อนขั้นไปด้วย ฮะ ๆ ๆ ซี้ด ๆ” นักฆ่าเริ่มคุมสติไม่อยู่ พูดพร่ำคำที่มาตังแกพูดกับเขาก่อนตายออกมา “ไอ้เจ้าคนฆ่าสัตว์ มันพูดไว้ก่อนตาย ซี้ด ๆ ถ้าเจ้าฉีดให้ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่าง ว่าพ่อเจ้าตายยังไง ใครเป็นคนฆ่า”