ตะวันยอแสง 1

ดวงพร สร้างความถูกใจให้กับท่านต้นมากขึ้น จนท่านต้นถึงกับออกปาก ขอดวงพรเป็นเมียน้อยคนที่สามกับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจยกดวงพรให้คุณต้น เพียงขอให้คุณต้น ยกย่องดวงพรและดูแลมากกว่าเมียน้อยคนอื่น

เมื่อดวงพรเปลี่ยนเป็นเมียของท่านต้น คุณใหญ่จึงยกเรือนแพริมน้ำให้ดวงพร ในฐานะคุณน้อยของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ พริ้มเพราอิจฉาดวงพร จึงหาทางทอดสะพานให้คุณต้นบ้าง แต่ท่านต้นไม่สนใจ เพราะไม่เคยนึกชอบพริ้มเพราเลยสักครั้ง เมื่อดวงพรเริ่มตั้งท้อง พริ้มเพราคอยเฝ้าภาวนาให้ดวงพรได้ลูกชาย เพราะหวังจะได้เป็นป้าแท้ ๆ ของผู้สืบสกุลเพียงคนเดียวในคฤหาสน์เดชาบดินทร์ เพราะว่าท่านต้นมีแต่บุตรสาว ไม่เคยมีลูกชายไว้สืบสกุลเลยสักคน คืนที่ดวงพรเจ็บท้องคลอด ท่านต้นออกไปธุระต่างจังหวัด คุณใหญ่ไปค้างบ้านสวน มีเพียงพริ้มเพราคอยจัดแจงเรียกคนไปตามละม่อม หมอตำแย มาทำคลอดให้ดวงพร ขณะเดียวกันนั้น อินตาก็พาเรือกระแชงมาจอดท่าเรือนแพ เพื่อให้ขอร้องพริ้มเพราให้ละม่อมช่วยทำคลอดให้สายเมียของเขาเช่นกัน

ดวงพรคลอดลูกยาก ละม่อมจึงต้องไปทำคลอดให้สายก่อน สายคลอดลูกชายระหว่างที่ละม่อมกำลังจะอาบน้ำให้เด็กชาย พริ้มเพราผลุนผลันเผ่านาตามละม่อม ให้ไปทำคลอดดวงพรอีกคน ดวงพรได้ลูกผู้หญิง สร้างความผิดหวังให้กับพริ้มเพรามาก เพราะเท่ากับว่า มรดกทุกอย่างของท่านต้นกำลังหลุดลอยไป เมื่อพริ้มเพราคิดว่าดวงพรเพลีย และเลือดออกมากหลังจากคลอด มีสิทธิ์ที่จะไม่รอด จึงรีบเอาเด็กหญิงมาให้ดวงพรดูผ่าน ๆ แล้วหลอกใช้ซ้อน ซึ่งหลงรักคุณมานาน เป็นเครื่องมือช่วยเอาเงินปิดปากละม่อม ให้บอกทุกคนว่าดวงพรคลอดลูกชาย ขอสลับตัวบุตรสาวของดวงพรกับลูกชายของสาย ทั้งอินตาและสายยินยอม เพราะอยากให้ลูกตนเองได้อยู่อย่างสุขสบาย ตามที่พริ้มเพราเกลี้ยกล่อม

เมื่อคุณใหญ่ทราบข่าวการคลอดลูกของดวงพร จึงรีบกลับมาด้วยความเป็นห่วง ดวงพรทรุดหนักเพราะตกเลือดมาก ขอดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย พริ้มเพราพาเด็กชายมาให้ดู แต่ดวงพรกลับสะดุ้ง เมื่อพริ้มเพราพาเด็กชายออกไป ดวงพรคอยย้ำกับคุณใหญ่ว่าลูกของคุณ มีปานแดงรูปหัวใจเหนือหน้าอกด้านซ้าย จากนั้นจึงสิ้นลม คุณใหญ่ และ ท่านต้น เศร้าเสียใจกับการจากไปของดวงพร จนลืมเรื่องที่ดวงพรสั่งเสีย เด็กชายถูกมอบให้อยู่ในความดูแลของพริ้มเพรา และเมื่อทุกคนในเดชาบดินทร์ เข้าใจว่าเด็กชายนเรนทร์ คือผู้สืบสกุลที่แท้จริงของท่านต้น คุณใหญ่จึงตัดสินใจ ทำพินัยกรรม มอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับลูกชายของดวงพร

กามเทพออกศึก

หอมหมื่นลี้ เจ้าหน้าที่คิวปิตฮัต ติดการแต่งหน้าทาปากเท่าชีวิต หากไม่ได้แต่ง คุณจะกลายสภาพเป็น “ผีจูออน” เพราะฉะนั้นไม่ว่าวันไหนเวลาไหน ใบหน้าของคุณควรต้องจัดเต็มอยู่เสมอ ไม่มีทางที่จะเผยหน้าสดให้ใครเห็นเป็นอันขาด

ด้วยเหตุนี้หอมหมื่นลี้จึงไม่กล้ามีแฟน เพราะหากมีคู่ควง ก็ต้องเปลือยหน้ากับผู้ชาย คุณมีความความคิดว่ามีตัวเองไม่สวย และคงไม่มีผู้ชายคนไหนยอมรับใบหน้าสดของคุณได้

3 ปีก่อน หอมหมื่นลี้ถูก ไทม์ เพื่อให้นเก่าพาเข้าโรงแรมปลุกปล้ำ หอมหนีออกมาในสภาพหน้ายับและผ้าขนหนูผืนเดียว โดยมีแท็กซี่ชื่อ ปีมงคล เข้าไปช่วยไว้

ปีมงคลเปลี่ยนเป็นแท็กซี่ประจำตัวของคุณนับแต่นั้น ทั้งสองสนิทกันด้วยความเพี้ยนที่เหมือน ๆ กัน แท้ที่จริงปีมงคลเป็นมหาเศรษฐี ลูกเจ้าของกิจการขนส่งใหญ่ที่สุด ปีมงคลต้องการปิดบังตัวตนจากหอม เพราะต้องการทำหนังสั้นเรื่องชีวิตของเขากับหอมหมื่นลี้ให้เสร็จ เขาอยากพิสูจน์ว่า คนบ้าแต่เปลือกอย่างหอมหมื่นลี้ จะรักแท็กซี่อย่างเขาได้ไหม

ช่วงเวลานั้นหอมหมื่นลี้กำลังหลงใหล พดด้วง สิบแปดมงกุฎที่ปลอมตัวมาเป็นเศรษฐี หอมเดทกับพดด้วง และเดทกับปีมงคลไปพร้อมกัน หอมรู้สึกผูกพันกับปีมงคลมากขึ้น กว่าจะยอมทำลายเปลือกมารักกับแท็กซี่ได้ หอมก็หวุดหวิดจะโดนพดด้วงปลุกปล้ำ

ปีมงคลกำลังจะบอกความจริง แต่หนังสั้นของเขาถูก แม็กโนเลีย คู่ควงเก่า ส่งไปประกวดชนะรางวัล หน้าสดของหอมหมื่นลี้แพร่กระจายออกไปทั่วโลก

หอมหมื่นลี้ยังพบอีกว่า ปีมงคลและแม็กโนเลียมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง หอมหมื่นลี้จึงบอกเลิกปีมงคล

ปีมงคลจะตามแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ความรักแท้ จะทำลาย “เปลือก” จนเห็นหัวใจข้างในที่แท้จริงได้ไหม โปรดติดตาม…กามเทพออกศึก

มัสยา

ท่านผู้หญิงรัตนมหาศาล หญิงชราวัย 70 ปี ท่านประมุขใหญ่ของบ้านรัตนมหาศาล ได้รู้ข่าวจากพระนิกรราชการุญ ว่าศัลย์ลูกคนสุดท้องผู้เป็นที่รักได้จากไปด้วยโรคร้ายก่อนวัยอันควร 17 ปีที่ไม่ได้พบกัน แต่ใครเลยจะรู้ว่ามันเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์

ท่านผู้หญิงเรียก ร้อยโทลักษณ์ รัตนมหาศาล นายทหารม้าชายหนุ่มอนาคตไกล ลูกชายเจ้าคุณอัครราชเสวี (ลูกชายคนโต) และคุณหญิงอัครราชเสวี ที่บัดนี้กำพร้าพ่อเหลือแต่แม่ เผ่านาพบ เพื่อให้สั่งให้ไปนำตัว มัสยา บุตรสาวของศัลย์กลับมาดูแลที่กรุงเทพ

เมื่อข่าวเรื่องมัสยาแพร่ออกไป ทำให้ ศจี บุตรสาวคนที่สองไม่พอใจอย่างมาก เพราะคุณเกลียดน้องชายคนนี้เข้ากระดูกดำ จึงพาลเกลียดเลือดเนื้อเชื้อไขไปด้วย ถึงแม้หลวงราชบริรักษ์ผู้เป็นสามี จะบอกให้คุณอโหสิกรรมให้กับคนที่ตายไปแล้ว แต่คุณก็ยังเกลียด!!! นั่นเพราะศัลย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆของท่านผู้หญิง ศัลย์เป็นลูกของเพื่อให้นสนิทท่านผู้หญิงที่เสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ ท่านผู้หญิงกับท่านเจ้าคุณรัตนมหาศาลจึงเอาศัลย์มาเลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ซ้ำท่านผู้หญิงยังรักศัลย์มากกว่าศจี

ศจีมีลูกทั้งหมด 6 คน คือ ร้อยตรี พงศ์เทพ ลูกชายคนโต พิณทิพย์ บุตรสาวคนที่สอง เพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรี พัณทิพา บุตรสาวคนที่สาม นักศึกษาปี 1 อ๊อด ลูกชายคนที่สี่ อู๊ด และ อ๋อย ลูกชายคนที่ห้า บุตรสาวคนที่หก ที่ยังเป็นเด็กนักเรียนมัธยมและประถม ศจีสั่งให้พงศ์เทพไปช่วยลักษณ์เพื่อให้เอาหน้ากับคุณย่า และส่งพิณทิพย์กับพัณทิพาให้ไปจับตาดูลูกไพร่อย่างมัสยาว่ามันจะมีฤทธิ์เดชมากเพียงใด กลัวมันจะทำเยี่ยงอย่างพ่อของมัน ที่ทำให้แม่เสียใจจนล้มเจ็บ

ลักษณ์เตรียมตัวเดินทางไปรับมัสยาที่ใต้ เริงใจ น้องสาวขอตามไปด้วย ท่านผู้หญิงรู้สึกดีใจที่หลานๆอยากไปกับลักษณ์ ท่านคิดว่ามีคนรุ่นราวคราวเดียวกับมัสยาไปด้วยก็ดี มัสยาจะได้รู้สึกอุ่นใจ งานนี้พิณทิพย์ชวนนพพร ลูกชาย เจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาล เพื่อให้นข้างบ้านให้ไปเที่ยวด้วยกัน (พิณทิพย์แอบชอบนพพร) ลักษณ์ไปบอกเพ็ญโฉมหญิงสาวที่สนิทที่สุดในตอนนี้ แต่ลักษณ์ยังไม่อยากใช้คำว่าคนรัก ลักษณ์ต้องลงใต้หลายวัน จึงขอของต่างหน้าของเพ็ญโฉมเอาไว้แก้นึกถึง เพ็ญโฉมไม่ให้ แต่กลับบอกว่าคุณจะไปกับเค้าด้วย ลักษณ์ไม่รู้ว่าสถานที่ที่ไปจะลำบากมากแค่ไหน คุณกลัวเพ็ญโฉมทนไม่ไหว แต่เพ็ญโฉมก็ยังรับรองว่าอยากไปกับลักษณ์ ลักษณ์จึงเลี่ยงไม่ได้ พงศ์เทพรู้ว่าเพ็ญโฉมไปด้วย ก็ดีใจมาก เพราะเค้าชอบเพ็ญโฉมมากนาน แต่หญิงสาวมีใจให้ลักษณ์ ทำให้พงศ์เทพไม่ค่อยชอบลักษณ์ซักเท่าไหร่ และไม่เคยเคารพลักษณ์ว่าเป็นพี่ชายทั้งๆที่ลักษณ์เกิดก่อนหกเดือน

ทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟมาถึงยังจุดหมาย ชนัฎ ลูกบุญธรรมของพระนิกรราชการุญ ข้าหลวงประจำจังหวัด และคุณนายแม้น มารอต้อนรับ พ่อของพระนิกรสนิทกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยา ทั้งสองครอบครัวจึงช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด พระนิกรเป็นที่พึ่งพิงสุดท้ายให้กับศัลย์ก่อนที่ศัลย์จะสิ้นใจ

ชนัฎพาทุกคนเผ่านาในบ้าน แต่ไม่พบมัสยา ชนัฎคิดว่ามัสยาคงไปเล่นอยู่ในสวนแถวนี้ ระหว่างที่ทุกคนรอมัสยากลับมา เริงใจชวนพิณทิพย์ พัณทิพา นพพร ไปเดินเล่น ขณะที่ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในดงต้นมะพร้าว เริงใจถูกลิงแย่งหมวก เริงใจรีบวิ่งตามลิงโดยที่ทุกคนไม่คาดคิด นพพรจะตามไปแต่เจอสองสาวรั้งเอาไว้บอกให้นพพรรีบพาพวกคุณกลับบ้านเดี๋ยวนี้! นพพรพาพิณทิพย์กับพัณทิพากลับมา ก็รีบบอกลักษณ์ว่าเกิดเหตุกับเริงใจ ลักษณ์ พงศ์เทพ เพ็ญโฉมรีบตามนพพรออกไป พิณทิพย์กับพัณทิพาไม่อยากอยู่บ้านกันสองคนจึงรีบตามไปด้วย

เริงใจหาลิงจนเจอ มันอยู่บนต้นมะพร้าว เริงใจพยายามพูดให้มันคืนหมวก แต่มันไม่สนใจ ซ้ำยังปาลูกมะพร้าวใส่เริงใจจนเกือบโดน ทุกคนตามมาทัน ลักษณ์บอกให้เริงใจทิ้งหมวกและกลับบ้าน แต่เริงใจไม่ยอม เพราะมันเป็นของชิ้นสุดท้ายที่พ่อซื้อให้ เริงใจบอกให้ลักษณ์ปีนต้นมะพร้าวไปเอาหมวก แต่ลักษณ์ไม่ทำ จะลากเริงใจกลับให้ได้ ทันใดนั้นเพ็ญโฉมเห็นอะไรบางอย่างวิ่งมา ทุกคนหันไปมอง ตอนแรกนึกว่าเป็นลิงเพราะปีนต้นมะพร้าวเก่งมาก แต่มองไปมองมา สิ่งนั้นคือคน และคนๆนั้นคือ “มัสยา” แต่ทุกคนยังเห็นหน้าไม่ชัด มัสยาเอาหมวกมาคืนเริงใจ สาวๆพากันไปหลบหลังพงศ์เทพ ลักษณ์ และนพพร ยกเว้นเริงใจที่ไม่กลัว มัสยาเอาหมวกมาคืน ลักษณ์มองผ่านผมที่ปิดหน้ามัสยาลงมา เห็นแววตากลมโต กำลังจะยื่นมือไปจับแขน แต่มัสยากัดแขนลักษณ์จนห้อเลือด และรีบวิ่งหนีไป เพ็ญโฉมรีบมาดูแผลให้ลักษณ์

ทุกคนกลับมาบ้านพระนิกรก็สะดุ้งที่เห็นมัสยาอยู่กับพระนิกร คุณนายแม้น และชนัฎ พิณทิพย์รีบบอกให้ระวังเด็กบ้านี่กัด พระนิกรเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแนะนำว่านี่คือบุตรสาวของศัลย์ ที่ชื่อมัสยา!! ทุกคนช็อคมาก มัสยาแหวกผมเปิดหน้า เผยให้เห็นดวงหน้าคมเข้ม ดวงตากลมโต ทุกคนมีทีท่ากับมัสยาแตกต่างกันไป เริงใจรู้สึกชอบมัสยา พิณทิพย์เกลียดทันที พัณทิพาเฉยๆ แต่ก็หวาดระแวง นพพรมองสนใจ พงศ์เทพไม่สนใจ ส่วนลักษณ์คิดว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเอาซะเลย!!! พระนิกรแนะนำให้มัสยารู้จักกับผู้ปกครองคนใหม่ของคุณ นั่นคือ ลักษณ์ รัตนมหาศาล มัสยาไม่ไหว้ลักษณ์ ไม่พูดอะไรออกมา ซ้ำยังแลบลิ้นและวิ่งหนีไป ทำเอาทุกคนอึ้ง!!!

มัสยาเผ่านาในห้อง สีหน้าเปลี่ยนไปจากเมื่อกี๊ แปลงเป็นคนจริงจัง มัสยานึกย้อนกลับไป ตอนที่เจ้าเมืองยะหริ่งตาของคุณ เรียกให้เข้าไปพบ และบอกว่าท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลฝากจดหมายผ่านทางลักษณ์ส่งมาให้เค้า ใจความสำคัญในจดหมาย คือ “กล่าวขอโทษ และขอรับมัสยาไปดูแล เพื่อให้ชดใช้ในความผิดที่คุณทำลงไปกับพ่อและแม่ของมัสยา”

เจ้าเมืองยะหริ่งให้อภัย จึงอยากให้มัสยาไปอยู่กับย่า แต่มัสยาไม่ยอม คุณไม่มีวันจะไปเหยียบบ้านนั้นเด็ดขาด!!! เพราะคุณรู้อดีตของพ่อและแม่ รู้ว่าท่านผู้หญิงดูถูกแม่เอาไว้มาก และไล่พ่อกับแม่คุณออกจากบ้าน แม้กระนั้นคนจากรัตนมหาศาลกำลังเดินทางมา มัสยาคิดในใจว่าจะเล่นงานพวกนั้นให้เผ่นกลับไปแทบไม่ทันเลยคอยดู!!!

ลักษณ์ถึงกับเครียดที่ต้องพามัสยากลับบ้านรัตนมหาศาล เพราะมัสยาไม่มีทีท่าเป็นมิตรกับเค้า ซ้ำยังทำตัวขวางโลก และทำวีรกรรมที่แสบที่สุดจนทุกคนทนไม่ได้ ยกเว้นเริงใจกับนพพรที่รู้สึกชอบมัสยามาก และไม่อยากกลับ แต่จำต้องไป ตามคำสั่งของลักษณ์ มัสยาสะใจที่ทำให้ทุกคนกลับไปได้ คุณคิดว่ารอด แต่ปรากฏว่าลักษณ์กลับมา เค้าแค่ไปส่งทุกคนขึ้นรถไฟแค่นั้นมัสยาเจ็บใจมาก ลักษณ์ประกาศลั่น เค้าจะไม่มีวันกลับจนกว่ามัสยาจะกลับไปกับเค้า!! (ตึง!)

คืนนั้นมัสยาหายตัวไป ลักษณ์นึกว่ามัสยาหนีเค้าไปแล้ว จนได้รู้จากชนัฎว่ามัสยาไปไหน ลักษณ์ตามไปจนถึงหมู่บ้านชาวประมง ตรงนั้นมีงานสังสรรค์ ลักษณ์เห็นหญิงสาวแสนสวยเต้นรำท่ามกลางชาวพื้นเมือง ลักษณ์จ้องมองไม่วางตาด้วยความถูกใจ จนกระทั่งเพลงจบ ลักษณ์เดินเผ่านาหาสาวสวย มัสยาแปลกใจที่ลักษณ์จำคุณไม่ได้ จึงเฉลย ทำเอาลักษณ์หน้าแตก!! มัสยาหัวเราะดังลั่น ลักษณ์รู้สึกอายมาก

มัสยาคิดแผนกับจุก (ลูกไล่มัสยา เด็กใต้ตัวจริงเสียงจริง) เพื่อให้ไล่ลักษณ์ให้กลับไป คุณทำเป็นชวนลักษณ์ไปเที่ยวป่า แต่พอใช้จังหวะ มัสยาทิ้งลักษณ์เอาไว้ ก่อนจะรีบกลับออกมากับจุก มัสยาคิดว่าลักษณ์ต้องกลัวแน่ๆ ทำให้กลัวซักพัก แล้วคุณค่อยกลับไปช่วย (มัสยาคิดอะไรแบบเด็กๆ) พอใช้เวลา มัสยากลับไปตรงที่เดิม แต่ไม่เจอลักษณ์ กลับเจอเสื้อลักษณ์เปื้อนเลือด เห็นรอยเท้าเสือ มัสยาสะดุ้งมากและแปลกใจเพราะรอบๆนั้นไม่เคยมีเสือมาก่อน มัสยารีบมาบอกพระนิกร คุณใจเสียจนร้องไห้นึกว่าลักษณ์ตาย พระนิกรสั่งสอนมัสยาที่ทำอะไรไม่รู้จักคิด มัสยาต้องไปขอโทษท่านผู้หญิงรัตนมหาศาลด้วยตัวเอง มัสยาเครียดมาก คุณจึงไปกรุงเทพพร้อมกับพระนิกร

มัสยาเดินทางมาถึงบ้านรัตนมหาศาล ถึงบ้านจะใหญ่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความทุกข์และความมืดมน มัสยาเตรียมคำพูดที่จะบอกท่านผู้หญิง แต่พอเข้าไปในบ้าน กลับเจอลักษณ์ยืนรออยู่ มัสยาจึงได้รู้ความจริงว่าลักษณ์กับพระนิกรร่วมมือกัน ซ้อนแผนของมัสยา ที่รู้เพราะจุกทรยศมาบอกเรื่องนี้ให้ลักษณ์รู้ และก่อนหน้าที่ลักษณ์จะกลับมา ลักษณ์ได้เดินทางไปพบกับเจ้าเมืองยะหริ่งตาของมัสยาอีกที ลักษณ์สัญญากับท่านจะดูแลและปกป้องมัสยาให้ดีที่สุด แต่หากว่ามัสยาเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายนิ้ว ท่านจะขอหลานสาวท่านคืน

มัสยาโกรธมาก จะกลับบ้าน แต่ลักษณ์ไม่ยอมให้กลับ พระนิกรบอกให้มัสยาทำใจยอมรับความจริงให้ได้ ก่อนจะเดินทางกลับไป มัสยาโมโห ลักษณ์ท้าทายว่าที่มัสยาไม่กล้ามาอยู่บ้านรัตนมหาศาลเพราะกลัว มัสยาไม่ชอบให้ใครมาดูถูก จึงโพล่งไปว่าคุณจะอยู่ที่นี่ ลักษณ์เบาใจ

ลักษณ์พามัสยาไปแนะนำกับทุกคนในบ้าน บอกให้มัสยาไหว้คุณหญิงอัครราชเสวี ศจี หลวงราชบริรักษ์ นมผัน และหม่อมช้อย มัสยาไหว้ลวกๆ ทำให้ศจีไม่พอใจมาก จึงสั่งสอน แต่มัสยาทำหูทวนลม ลักษณ์เห็นท่าไม่ดี…รีบพามัสยาไปหาคุณย่า เมื่อมัสยาเจอท่านผู้หญิงก็รับรู้ได้ถึงบุญญาบารมี มัสยาสงบเสงี่ยมลงจนลักษณ์แปลกใจ ท่านผู้หญิงเห็นหน้ามัสยาก็แทบจะร้องไห้ออกมา เพราะมัสยามีดวงตาที่เหมือนศัลย์มาก ท่านผู้หญิงสั่งให้นมผันกับหม่อมช้อยแม่บ้านประจำบ้าน…ดูแลมัสยาและพาไปที่ห้อง อีกสองสามวันท่านจะจัดงานเลี้ยงรับขวัญ เปิดตัวหลานสาวอีกคนของรัตนมหาศาล

ท่านผู้หญิงตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ ว่าจะเลี้ยงดูมัสยาอย่างดี แต่ท่านผู้หญิงไม่ได้รู้เลยว่าในภายภาคหน้า ความหวังดีของท่านจะเป็นอาวุธที่รังควานมัสยาได้อย่างเจ็บปวดที่สุด

มัสยาถูกจับมาขัดสีฉวีวรรณ ขัดขมิ้น หมักผมด้วยดอกอัญชัน อบตัวในกระโจมสมุนไพร มีช่างตัดเสื้อมาวัดตัวตัดชุดสำหรับวันงาน มัสยาแทบไม่ต้องทำอะไรเอง แปลงเป็นนกน้อยในกรงทอง คุณอึดอัด ทนไม่ไหว ออกฤทธิ์ออกเดชกับนมผันและหม่อมช้อยจนสองคนปวดหัว มัสยาวิ่งหนี สองสาวแก่ไล่ตาม แต่ไม่ทัน มัสยาแอบปีนกำแพงหนีเข้าไปบ้านของนพพร นพพรดีใจที่ได้เจอมัสยาอีกรอบจึงช่วยเอาไว้ ที่นี่มัสยาได้เจอกับเจ้าคุณมหศักดิ์ไพศาลพ่อของนพพร เจ้าคุณมหศักดิ์ดูจะประทับใจในความเฉลียวฉลาดของมัสยาอย่างมาก

นมผันกับหม่อมช้อยถูกท่านผู้หญิงเรียกไปเอ็ดที่ทำให้หลานสาวท่านหายตัวไป ศจีสะใจมากขอให้ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา ลักษณ์รู้เรื่องที่เกิดขึ้น เค้าพอเดาออกว่ามัสยาน่าจะไปไหน รวมทั้งเป็นไปตามคาด มัสยาไปหานพพรจริงๆ ลักษณ์ลากมัสยากลับมาที่บ้าน ทำให้นพพรไม่พอใจที่ลักษณ์ทำร้ายแรง แต่ลักษณ์สั่งไม่ให้นพพรมายุ่งเรื่องครอบครัว มัสยาโมโหเผลอพูดไม่ดีออกไป ลักษณ์จึงจับพาดบ่าตีก้นเป็นการสั่งสอน มัสยาถึงกับตะโกนลั่นว่าเกลียดลักษณ์!!! (มัสยาไม่ยอมเรียกพี่ลักษณ์)

เริงใจเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มัสยาคุยด้วยแล้วสบายใจที่สุด พัณทิพาเหมือนจะอยากคุยกับมัสยา แต่โดนคำสั่งจากศจีไม่ให้เข้าใกล้ลูกไพร่คนนี้ อ๊อด อู๊ด อ๋อย ก็ชอบมาแอบดูมัสยา พอมัสยาหันมามอง เด็กสามคนก็จะวิ่งหนีไปด้วยความกลัว มัสยาความคิดว่ามีคุณเหมือนตัวแปลกในบ้าน

วันงานมาถึง ศจีคิดว่ามัสยาต้องทำขายหน้าแน่ๆ จึงรอดูความหายนะพร้อมกับบุตรสาวทั้งสองของคุณ เพ็ญโฉมควงลักษณ์เผ่านาในงาน พงศ์เทพไม่พอใจ จึงซดเหล้าไม่หยุด ท่านผู้หญิงออกมาพร้อมกับมัสยาที่ตอนนี้ดูดีขึ้นมาก จนทำให้ลักษณ์แปลกใจ มีแต่แขกผู้ใหญ่เฉพาะแค่คนสนิทเท่านั้นที่ถูกเชิญมางานนี้ เจ้าคุณมหศักดิ์ฯ นพพร มรว.ชลทิชา (เพื่อให้นเพ็ญโฉม) หลวงเวชฯ แพทย์ประจำตัวท่านผู้หญิง และนพมาศบุตรสาว ทุกคนนั่งประจำที่โต๊ะซึ่งจัดเป็นเซ็ตดินเนอร์ ศจีจับตาดูมัสยาทุกฝีก้าว คิดว่าคุณต้องทำพังแน่ๆ!!! แต่ผิดคาด มัสยาทำได้ดีมาก รู้จักมารยาทบนโต๊ะอาหาร ไม่แสดงกิริยาต่ำๆออกมาให้เห็น ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว ท่านผู้หญิงมองอย่างพึงพอใจ ลักษณ์แอบอมยิ้ม ส่วนคนที่ทำผิด และทำเสียงดัง คือพัณทิพา ศจีโกรธและเสียหน้าอย่างมาก จึงแอบหยิกพัณทิพาที่ใต้โต๊ะ พัณทิพาร้องลั่น เจ้าคุณมหศักดิ์ชื่นชมมัสยา มัสยาบอกว่าคุณเรียนรู้สิ่งกลุ่มนี้มาจากคอนเลจ ทุกคนถึงกับทึ่งและอึ้ง การกินอาหารเสร็จสิ้น ท่านผู้หญิงบอกให้ลักษณ์พามัสยาไปเปิดฟลอร์ ลักษณ์ไม่แน่ใจว่ามัสยาจะเต้นรำได้หรือเปล่า แต่ก็พาออกมาตามคำสั่งคุณย่า ลักษณ์กำชับให้มัสยาเต้นไปตามเค้า เค้าจะประคองคุณเอง แต่ปรากฏว่ามัสยาเต้นรำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ จนดูอย่างกับเป็นคนละคนกับเด็กสาวกะโปโลที่เค้าเคยเจอ มัสยาสง่างามชนิดที่ไม่มีใครละสายตาไปจากคุณได้ซักคน โดยเฉพาะนพพรที่ดูหลงใหล พิณทิพย์เห็นสายตาของนพพรก็ชักสงสัย พงศ์เทพที่เริ่มเมาบอกกับเพ็ญโฉมให้ระวังมัสยาจะแย่งลักษณ์ แต่เพ็ญโฉมไม่เชื่อ เพลงแรกจบ ลักษณ์ชวนเพ็ญโฉมออกไปเต้นรำ พงศ์เทพไม่พอใจ ยื่นเท้าทำให้ลักษณ์สะดุดล้ม วงแตก!!! มัสยาเห็นเหตุการณ์จึงฟ้องท่านผู้หญิงว่าพงศ์เทพแกล้งลักษณ์ ศจีรู้สึกอายมาก พงศ์เทพพูดไม่ออก หันไปมองมัสยาไม่พอใจ ศจีสั่งให้ลูกๆทุกคนกลับบ้าน รวมทั้งสามีของคุณด้วย!!!

งานเลี้ยงจบลง ลักษณ์เจอมัสยาแอบมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่ง คุณถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะเมื่อย ลักษณ์เตือนว่ามัสยากำลังจะแย่เพราะคุณดันไปฟ้องคุณย่าเรื่องพงศ์เทพ แต่มัสยาไม่สน คุณไม่กลัวใครหรืออะไรทั้งนั้น ลักษณ์หัวเราะที่เด็กน้อยอย่างมัสยาทำเก่ง มัสยาโกรธที่ลักษณ์หาว่าคุณเป็นเด็ก

ท่านผู้หญิงจ้างอาจารย์กนก มาสอนหนังสือมัสยาที่บ้านระหว่างรอเปิดภาคเรียน (มัสยาต้องเรียนต่อม.6ที่โรงเรียนคอนเวนต์ โรงเรียนเดียวกับเริงใจ) อิสรภาพของมัสยาได้หมดไปแล้ว ต่อไปนี้คุณต้องเดินตามเส้นทางที่ท่านผู้หญิงวางไว้ให้เท่านั้น

แต่หนทางไม่ได้สวยงามเหมือนกับโรยกลีบกุหลาบ เมื่อนพพรแสดงออกว่าสนใจมัสยามากกว่าพิณทิพย์ เวลาที่ให้พิณทิพย์มีน้อยลง และเอาแต่ถามหามัสยา พิณทิพย์แน่ใจว่านพพรชอบมัสยา ทำให้คุณไม่พอใจ พงศ์เทพเห็นอาการของน้องสาวก็รู้ว่าเป็นอะไร จึงบอกให้ร่วมมือกันทำให้มัสยาออกไปจากที่นี่ สองพี่น้องคิดแผนรังแกมัสยาด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีศจีเป็นแรงช่วยเหลือ พัณทิพาไม่สบายใจที่ต้องร่วมด้วยแต่จำต้องทำเพราะกลัวแม่กับพี่มากกว่า ถึงอย่างนั้นมัสยาก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ คุณตอกกลับศจีอย่างไม่กลัว บางครั้งนพพรก็คอยช่วย และเพราะเหตุนี้ นพพรจึงได้เห็นธาตุแท้ของพิณทิพย์ พิณทิพย์โกรธมัสยามากกว่าเดิม คิดว่าเป็นต้นเหตุให้นพพรเกลียดคุณ!!

แต่มัสยาไม่ได้โชคดีตลอดเวลา คุณเพลี้ยพล้ำในที่สุด ถูกหาว่าเป็นขโมย ศจีใส่ไฟให้คุณผู้หญิงฟัง พิณทิพย์กับพัณทิพาก็เป็นพยาน จะแจ้งความตำรวจให้ได้ พงศ์เทพทำเป็นไกล่เกลี่ยไม่อยากให้เรื่องเล็กแปลงเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านผู้หญิงยังไม่ปักใจเชื่อ จึงเรียกลักษณ์ให้มาซักถาม แต่มัสยากลับเข้าใจผิดคิดว่าลักษณ์ก็เหมือนคนอื่นคือคิดว่าคุณเป็นขโมย มัสยาหนีหายออกไปจากบ้าน ศจี พิณทิพย์ พงศ์เทพสะใจมากที่แผนสำเร็จ ส่วนพัณทิพารู้สึกผิด จึงแอบไปบอกลักษณ์ว่ามัสยาถูกปรักปรำ ลักษณ์จะให้พิณทิพย์ไปบอกคุณย่า แต่พิณทิพย์ไม่กล้า และขอร้องไม่ให้ลักษณ์บอกใครว่าคุณมาบอกความจริง

แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง 24-28 มกราคม 2554

รองหัวหน้าองครักษ์ซี่งปกป้องฮันซังกุงและซอจังกึมนั้นต้องพลอยเดือดร้อนถูกจับไปด้วย โอดึมโฮป้ายความผิดรองหัวหน้าองครักษ์ว่ารู้เห็นเป็นใจด้วย ดังนั้นจึงคอยแอบให้ความช่วยเหลือคนทั้งสอง แชซังกุง บอกกึมยองว่าโอดึมโฮกำลังจะสะสางเรื่องของฮันซังกุงและซอจังกึมให้เสร็จในเร็ววันนี้ นางกล่าวต่อไปว่าถ้าในวันนั้นจัดการปักเมียงยอโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้ วันนี้ก็ไม่ต้องเดือดร้อนถึงคนทั้งสอง พ่อค้าเป็ดทนทรมาณไม่ไหว ดังนั้นจึงให้ร้ายรองหัวหน้าองครักษ์ว่าให้เป็ดดื่มน้ำแร่เข้าไป โอดึมโฮได้ฟังเช่นนั้นประกาศว่าจะจัดการกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ฮันซังกุงต้องการปกป้องซอจังกึม ดังนั้นจึงยอมรับผิดเพียงคนเดียว

                        ฮันซังกุงถูกขังที่คุกหลวง แชซังกุงมาเยี่ยมนาง ฮันซังกุงด่าทอแชซังกุงที่ให้ร้ายปักเมียงยอจนนางต้องตาย จนมาวันนี้ยังให้ร้ายนางและซอจังกึมอีก นึกไม่ถึงว่าแชซังกุงกลับหาว่าฮันซังกุงและซอจังกึมหาเรื่องใส่ตัวเอง แชซังกุงขอให้ฮันซังกุงจากไปอย่างสงบจะดียิ่งกว่า ฮันซังกุงขอร้องแชซังกุงให้ปล่อยซอจังกึมไปเพราะซอจังกึมไม่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับปักเมียงยออะไร ซอจังกึมถูกนำตัวไปคุมขังที่คุกหลวง ซอจังกึมบอกกับฮันซังกุงว่ารองหัวหน้าองครักษ์ทนการทรมาณไม่ไหวจึงเสียชีวิตไปแล้ว ฮันซังกุงบอกกับซอจังกึมว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ซอจังกึมจำเป็นจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป
                        โอดึมโฮใช้เรื่องน้ำแร่เล่นงานจ้าวกวางจู่ซึ่งเป็นปฏิปักษ์กับตนมาตลอด จากนั้นได้สั่งให้ปล่อยฮันซังกุงและซอจังกึม โดยปลอดคนทั้งสองให้เป็นนางกำนัลธรรมดา แชปันซุกกลับต้องการให้ตัดไฟเสียต้นลม อย่าได้ปล่อยคนทั้งสองไว้ เพราะอาจจะเป็นภัยในภายภาคหน้าได้ แต่แชซังกุงกลับใจอ่อนขึ้นมา มินจุงโฮซึ่งถูกคุมขังอยู่รู้ว่าซอจังกึมถูกลงโทษ ทำให้มินจุงโฮรู้สึกเป็นห่วงซอจังกึมขึ้นมา มินจุงโฮขอร้องทหารองครักษ์ให้ช่วยหาหลักฐานความประพฤติปฏิบัติความผิดของโอดึมโฮมาข่มขู่โอดึมโฮให้ได้ แต่ทหารองครักษ์นั้นกลับมีท่าทางลังเล
                        ซอจังกึมและฮันซังกุงถูกปล่อยตัวและเนรเทศไปยังจี้โจว ภายหลังที่แชปันซุกรู้เรื่องนี้และจากนั้นก็มั่นใจว่ามินจุงโฮจำเป็นที่จะต้องไปช่วยซอจังกึมและฮันซังกุงอย่างแน่ๆ อีกด้านหนึ่ง แชซังกุงได้เลื่อนเป็นซังกุงชั้นสูง แต่นางกลับไม่ได้รู้สึกยินดีกับสิ่งที่ได้รับ เยินเซ็งขอร้องให้นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวส่งนางไปจี้โจว มินซังกุงและชางยาต่างมีความหวังว่าจะได้ไปส่งซอจังกึมและฮันซังกุง ทำให้นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวโกรธมาก แชซังกุงกลับบอกให้นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวอนุญาต
                        ฮันซังกุงและซอจังกึมออกเดินทางโดยเตรียมตัวลงเรือไปจี้โจว เนื่องด้วยสุขภาพฮันซังกุง อ่อนแอจึงไม่เหมาะที่จะเดินทางไกล เมื่อต้องเดินทางไกลทำให้ฮันซังกุงทนไม่ไหวเป็นลมหมดสติไป ซอจังกึมขอร้องผู้คุมให้นางแบกฮันซังกุง ซอจังกึมเล่าเรื่องที่ผ่านมาให้ฮันซังกุงฟังเพื่อให้ให้กำลังใจนาง แต่แล้วฮันซังกุงก็ทนไม่ไหวสิ้นใจบนหลังซอจังกึม
 
                        ภายหลังที่มินจุงโฮได้รับการปล่อยตัวแล้วถึงรู้ว่าฮันซังกุงและซอจังกึมถูกเนรเทศไปจี้โจว   ไต้เท้าซังบอกกับนางกำนัลข้างในถีเตี้ยวและแชซังกุงว่าฮันซังกุงสิ้นใจระหว่างเดินทางไปจี้โจว เยินเซ็งขอร้องนางกำนัลข้างในถีเตี้ยวให้ส่งนางไปจี้โจว มินจุงโฮและชางยาได้ยินเช่นนั้นจึงพากันพาตัวเยินเซ็งไป
                        ดังดึ้กดูนำทรัพย์สินที่มีอยู่ทั้งหมดเดินทางไปจี้โจวเพื่อให้ช่วยซอจังกึมกลับมา นึกไม่ถึงดึงดึ้กดูกลับถูกเมียด่าโง่ มินจุงโฮไปหาดังดึ้กดู มินจุงโฮก็ถูกเมียของดังดึ้กดูด่าว่าขี้ขลาดเป็นเต่าหดหัว ไม่เหมือนกับซอจังกึมที่กล้าหาญเสี่ยงอันตรายช่วยมินจุงโฮมาก่อน เวลานี้ มินจุงโฮถึงรู้ว่าซอจังกึมเป็นเจ้าของปิ่นปักผม ผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตตนไว้
                        ภายหลังที่ซอจังกึมถูกเนรเทศไปจี้โจวแล้ว หลายครั้งที่ซอจังกึมพยายามหลบหนี แต่ทุกครั้งก็ถูกทหารตามจับกลับมาได้ ซอจังกึมถูกขังในโกดังเก็บของจนได้รู้จักกับจังด๊อก ซอจังกึมคิดว่าจังด๊อกต้องโทษเช่นเดียวกับนาง ดังนั้นจึงชักชวนจังด๊อกหลบหนี จังด๊อกช่วยซอจังกึมโดยทำให้นางท้องเสีย เมื่อนางเข้าห้องน้ำจะได้ฉวยโอกาสหลบหนี จังด๊อกบอกให้ซอจังกึมหลบหนีไปที่ชายสมุทร จากนั้นให้บอกกับทหารตรงนั้นว่าจังด๊อกแนะนำมา ทหารนั้นจะให้นางโดยสารเรือหลบหนี นึกไม่ถึงว่าเมื่อทหารนายนั้นรู้ว่าเป็นซอจังกึมก็เข้าจับกุมนางทันที ที่แท้ที่เป็นเช่นนี้นั้นเพราะจังด๊อกต้องการกลั่นแกล้งซอจังกึมนั่นเอง
                        มินจุงโฮตัดสินใจเดินทางไปจี้โจวโดยไม่สนใจว่ามีความผิดฐานละทิ้งหน้าที่ มินจุงโฮได้ยินมาว่าซอจังกึมได้รับโทษหนักเพราะพยายามหลบหนี ซอจังกึมด่าทอจังด๊อกที่คิดร้ายนาง นางกำนัลทั้งหลายต่างพากันตำหนิที่ซอจังกึมไม่มีมายาทต่อจังด๊อก คนที่นี่ต่างให้เกียรตินางทั้งนั้น ทำให้ซอจังกึมแปลกใจมากที่ได้ยินเช่นนั้น
                        ในวังหลวง บรรดานางกำนัลข้างในทั้งหลายต่างพากันฉลองให้แชซังกุงที่ได้เป็นซังกุงชั้นสูง แชซังกุงได้รับของขวัญเยอะมากๆ มีเพียงมินจุงโฮคนเดียวเท่านั้นที่ไม่มีของมาให้แชซังกุง แชซังกุงกล่าวกับซังกุงทั้งหลายไม่ติดใจกับเรื่องที่ผ่านมา โอดึมโฮ,แชปันซุกและแชซังกุงเฉลิมฉลองกันอย่างสุขสบาย แชซังกุง กล่าวว่าจะกำจัดคนที่เป็นปฏิปักษ์กับเรา เพื่อให้รักษาผลประโยชน์ของเราเอาไว้ กึมยองไปหามินจุงโฮถึงได้รู้ว่ามินจุงโฮเดินทางไปจี้โจวแล้ว
                        มินจุงโฮฝากจดหมายไปให้ซอจังกึม ซอจังกึมถูกส่งตัวไปทำงานในโรงเลี้ยงสัตว์   ซอจังกึมจงใจปล่อยม้าไปเพื่อให้หาโอกาสหลบหนี ทหารพากันตามล่าซอจังกึมกลับมา โชคดีมินจุงโฮช่วยนางไว้ได้
 
                        เพราะเหตุว่ามินจุงโฮช่วยชีวิตซอจังกึมไว้จึงได้รับบาดเจ็บที่ขา ซอจังกึมเห็นเช่นนั้นจึงช่วยห่อเฝือกให้มินจุงโฮ มินจุงโฮกล่าวกับซอจังกึมว่านางเป็นคนที่ช่วยชีวิตตนไว้ในเวลานั้น แต่เวลานี้ตนรู้สึกละอายใจมากที่เกิดเหตุขึ้นกับซอจังกึม ตนกลับไม่สามารถช่วยนางได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คราวนี้ตนจำเป็นต้องช่วยซอจังกึมให้ได้
                        มินจุงโฮรู้ว่าซอจังกึมอยากกลับฮั่นหยาง ดังนั้นจึงว่าจ้างนายท้ายเรือให้ส่งนางไปจากจี้โจว แต่เมื่อเห็นซอจังกึมเวลานี้ มินจุงโฮกลับแนะนำซอจังกึมว่าอย่าได้หลบหนีอีกต่อไปเลย เพราะประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย นางจะมีจุดจบเช่นเดียวกับพ่อแม่นาง คือต้องตายสถานเดียว มินจุงโฮรับปากซอจังกึมว่าจะช่วยล้างมลทินให้นาง ซอจังกึมครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่ง ในที่สุดนางก็ตัดสินใจตามมินจุงโฮเดินทางไปยังที่ว่าการ
                        ซอจังกึมเห็นจังด๊อกเรียกเก็บเงินเยอะๆจากคนที่เผ่านาขอรับการรักษาจากนาง ทำให้ซอจังกึมทนไม่ได้จึงสั่งสอนจังด๊อก ซอจังกึมบอกว่าจังด๊อกใช้ของธรรมดากับสมุนไพรไม่กี่ชนิดหลอกลวงผู้คน จังด๊อกได้ยินเช่นนั้นถึงรู้ว่าประสาทรับรู้รสชาติของซอจังกึมหายเป็นปกติแล้ว วันรุ่งขึ้น จังด๊อกให้ซอจังกึมนำสมุนไพรไปตากแดด ซอจังกึมจับตาดูพฤติกรรมอันแปลกแปลกของจังด๊อกอยู่หลายวัน แม้ว่าจะไม่ชอบนางสักเท่าใดนักก็ตาม แต่เมื่อนึกถึงคนที่มาซื้อยา ทำให้ซอจังกึมลามือไม่ได้
                        ดังดึ้กดูต้มน้ำแกงเป็ดอยู่นานสามเดือน เมียดังดึ้กดูถามดังดึ้กดูว่าจะมามัวเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องทำไม ดังดึ้กดูกล่าวว่าตนต้องการรู้สาเหตุที่พระเจ้าจุงจงทรงประชวร ดังดึ้กดูดื่มน้ำแกงเป็นตรงเวลาหลายเดือนติดต่อกันก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร เมียดังดึ้กดูบอกดังดึ้กดูว่านางตั้งครรภ์แล้ว ดังดึ้กดูบอกว่าเด็กในครรภ์ของนางสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของซอจังกึมได้เป็นอย่างดี มินซังกุง,ชางยาและเยินเซ็งถูกสังให้ไปดูแลซูหยวนเหนียงเหนียงโดยมีหน้าที่เตรียมอาหารให้นางซึ่งนางกำลังจะคลอดในอีกไม่นานนี้แล้ว
                        กึมยองสืบพบว่ามินจุงโฮเดินทางไปที่จี้โจว     แชปันซุกพบว่ากึมยองยังไม่สามารถตัดใจจากมินจุงโฮได้ กึมยองบอกกับมินจุงโฮว่าจะเปลี่ยนรายการอาหารให้แก่ซูหยวนเหนียงเหนียง เยินเซ้งบอกกับกึมยองว่าอาหารที่เตรียมให้ซูหยวนเหนียงเหนียงมีสารอาหารครบถ้วนอยู่แล้วซึ่งอาหารเหล่านั้นฮันซังกุงสอนให้ ชองซังกุงเกิดความไม่พอใจขึ้นมาจึงสั่งให้เยินเซ้งและพวกไปทำงานเบ็ดเตล็ดทั่วไป ซอจังกึมสอนให้นางกำนัลทั้งหลายเรียนรู้ว่าสมุนไพรชนิดใดมีพิษ จังด๊อกชมซอจังกึมเฉลียวฉลาด ดังนั้นจึงถามซอจังกึมว่าสนใจจะเป็นหมอบ้างไหม นึกไม่ถึงว่าซอจังกึมกลับปฏิเสธ
 
                        จังด๊อกรู้มาว่าประชาชนคนหนึ่งป่วยหนัก ดังนั้นจึงชวนซอจังกึมไปทำการรักษา จังด๊อกเห็นประชาชนยากจนไม่มีเงินซื้อยา จึงแสดงท่าทีไม่สนใจ ซอจังกึมทนไม่ได้จึงออกใบสั่งยาให้เอง โดยยืมเงินมินจุงโฮจ่ายค่ายาให้จังด๊อก ซอจังกึมกล่าวกับมินจุงโฮว่านางสงสัยว่าผู้พิพากษาต้องนำทหารมาสร้างบ้านอย่างแน่ๆ
                        ซอจังกึมต้มยาให้ประชาชน นางพบว่าน้ำที่นำมาต้มยามีกลิ่น ไม่สะอาดพอที่จะนำมาต้มยาได้ ดังนั้นจึงขึ้นเขาไปนำน้ำบริสุทธิ์บนเขามาต้มยาให้ราษฎร แต่กลับถูกทหารขัดขวางไว้ ที่แท้น้ำกินในเมืองจี้โจวมีราคาสูงมาก น้ำบริสุทธิ์บนเขามีเพียงเศรษฐีเท่านั้นที่สามารถหาซื้อมาใช้ได้
                        มินจุงโฮเห็นเจียงเสี้ยวพาทหารไปขุดบ่อน้ำ ภายหลังที่สอบถามดูแล้วพบว่าจังด๊อกเป็นคนออกเงินขุดบ่อน้ำขึ้นมา การขุดบ่อน้ำนี้ขึ้นมานั้นมีเป้าหมายทำน้ำฝนให้สะอาด เพื่อให้ที่ชาวเมืองจี้โจวจะไม่ต้องใช้น้ำไม่สะอาดอีกต่อไป
                        จังด๊อกช่วยรักษาอาการป่วยให้ประชาชน นางกล่าวกับซอจังกึมว่าการที่นางเก็บเงินค่ารักษาจากราษฎรนั้นเพราะต้องการนำเงินมาขุดบ่อน้ำ จังด๊อกเกลี้ยกล่อมให้ซอจังกึมเรียนวิชาแพทย์กับนางอีกรอบ จังด๊อกรักษาอาการป่วยให้นักโทษที่ถูกเนรเทศมายังจี้โจว ที่แท้การที่นักโทษเป็นโรคติดต่อกันนั้นเพราะไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องนั่นเอง ทุกครั้งที่จังด๊อกช่วยรักษานักโทษกลุ่มนี้ก็จะถูกผู้คุมจับตัวไปขัง ในตอนนี้เองซอจังกึม ถึงรู้ว่านางเข้าใจผิดจังด๊อกมาโดยตลอด
                        จังด๊อกถูกเรียกตัวกลับวังหลวงเพื่อให้ทำหน้าที่หมอหลวง แต่นางกลับปฏิเสธ เวลานี้เอง       ซอจังกึมถึงรู้ว่าวิชาแพทย์ของจังด๊อกลึกล้ำ ที่สำคัญหากรู้วิชาแพทย์ก็จะทำให้นางมีโอกาสกลับสู่วังหลวงอีกที ในที่สุดซอจังกึมก็ตัดสินใจเรียนวิชาแพทย์จากจังด๊อก จังด๊อกเริ่มสอนวิชาแพทย์ให้แก่ซอจังกึม จังด๊อกสอนให้ซอจังกึมสังเกตสีหน้าของคนไข้ว่าผิดปกติไหม จากนั้นบอกให้นางอ่านตำราแพทย์ซึ่งมีเยอะๆ      ซอจังกึมต้องการทดสอบความรู้ที่ร่ำเรียนมา ดังนั้นจึงทดสอบกับคนที่เดินทางผ่านไปมาจนถูกด่านับครั้งไม่ถ้วน
                        ภายหลังที่มินจุงโฮรู้ว่าซอจังกึมกำลังศึกษาวิชาแพทย์ ดังนั้นจึงสั่งให้ทหารให้ซอจังกึมสังเกตสีหน้าเสียให้พอ ซอจังกึมซาบซึ้งใจมากที่มินจุงโฮคอยช่วยเหลือนาง มินจุงโฮบอกซอจังกึมว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย ซอจังกึมตรวจดูอาการแล้วพบว่ามินจุงโฮมีไข้นิดหน่อย มินจุงโฮฉวยโอกาสจับมือซอจังกึม ซอจังกึมจากไปด้วยคามไม่พอใจ จังด๊อกนำตำราแพทย์จำนวนมากมาให้ซอจังกึมศึกษา นางกำชับให้ซอจังกึมท่องจำให้แม่นยำ หากว่าไม่เข้าใจก็ต้องท่อง นับแต่นี้เป็นต้นไปซอจังกึมต้องอ่านตำราแพทย์อยู่จนดึก
 
                        กลางดึก เพราะเหตุว่าเยินเซ็งนึกถึงซอจังกึม ดังนั้นจึงนั่งร้องไห้อยู่ที่ตำหนักหลวง นึกไม่ถึงว่าพระเจ้าจุงจงเสด็จผ่านมา นางกำนัลข้างในถีเตี้ยวและนางกำนัลคนอื่นๆต่างพากันด่าทอเยินเซ็งเป็นการใหญ่     แต่พระเจ้าจุงจงกลับทรงความคิดว่ามีเยินเซ็งเป็นคนอ่อนโยน นางกำนัลข้างในมี่รับตัวเยินเซ็งไปในตำหนักหลวง ที่แท้พระเจ้าจุงจงทรงโปรดเยินเซ็ง ดังนั้นจึงต้องจับนางมาแต่งตัวเสียใหม่เพื่อให้ถวายการรับใช้พระเจ้าจุงจง
                        จังด๊อกรักษาอาการป่วยให้คนไข้คนหนึ่ง นางพบว่าหมอที่เคยรักษาคนไข้รายนี้รักษาไม่ถูกวิธี ทำให้นางเชื่อว่าหมอรายนี้จำเป็นจะต้องเป็นพวกหลอกลวงต้มตุ๋นอย่างแน่ๆ   ดังนั้นจึงไปคิดบัญชีกับหมอที่ว่านี้ เมื่อไปถึงจึงพบว่าหมอที่ว่านี้คือชองอุนแป๊ด ซอจังกึมรีบเข้าไปทักทายชองอุนแป๊ด จังด๊อกไม่เข้าใจว่าเหตุใด ชองอุนแป๊ดจึงออกใบสั่งยาผิดๆโดยไม่คำนึงถึงชีวิตคนไข้ ชองอุนแป๊ดกล่าวว่าโสมเป็นยาวิเศษมีสรรพคุณล้ำเลิศ ไม่มีผลร้ายต่อร่างกายอะไร
                        ชองอุนแป๊ดเปิดเผยว่าเนื่องมาจากล้มป่วยลง ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจตัวเอง ต่อมาได้รับกำลังใจจากซอจังกึม ทำให้ชองอุนแป๊ดยืนหยัดขึ้นมาอีกรอบ การที่ชองอุนแป๊ดเดินทางมาจี้โจวนั้นก็เพื่อให้มาขอรับการรักษาจากจังด๊อก ภายหลังที่ชองอุนแป๊ดรู้ว่าซอจังกึมศึกษาวิชาแพทย์เพราะต้องการมีโอกาสกลับเข้าวังหลวงอีกรอบ   ดังนั้นจึงต่อว่าซอจังกึมเป็นการใหญ่ เมื่อจิตใจมีแต่การล้างแค้น ก็ไม่สมควรเป็นหมอ จังด๊อกกลับไม่เห็นด้วยกับคำพูดของชองอุนแป๊ด นางกล่าวกับชองอุนแป๊ดว่านางเองก็มีความแค้นสุมอยู่ในใจเหมือนกัน ภายหลังที่นางพูดพบก็พาซอจังกึมไป
                        จังด๊อกรู้ว่าอาการป่วยของนักโทษร้ายแรงมาก ดังนั้นจึงชักชวนซอจังกึมไปตรวจดูอาการ ระหว่างทางได้พบกับชองอุนแป๊ด ดังนั้นจึงชักชวนชองอุนแป๊ดไปด้วย จังด๊อกและชองอุนแป๊ดแยกกันตรวจอาการนักโทษ จังด๊อกกล่าวกับชองอุนแป๊ดว่าอาการป่วยของนักโทษเหมือนกับอาการป่วยที่ชองอุนแป๊ดเป็นอยู่ไม่มีผิด แม้ว่าจะมีทางรักษา แต่นางก็จะไม่รักษาให้ เพราะนักโทษกลุ่มนี้ทำให้นางต้องบ้านแตกสาแหรกขาด
                        หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน จังด๊อกก็ตัดสินใจรักษาอาการป่วยให้นักโทษ ทำให้ชองอุนแป๊ดแปลกใจ จังด๊อกบอกซอจังกึมาคำพูดของชองอุนแป๊ดมีเหตุผล ถ้าหากว่ามีความแค้นอยู่ ก็ไม่ควรจะเป็นหมอ    คนที่ศึกษาวิชาแทพย์นั้นเหมือนดาบสองคมจะใช้รักษาคนหรือจะใช้ฆ่าคนก็ได้ ซอจังกึมได้ยินเช่นนั้นทำให้นางได้สติขึ้นมา

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 30

โดยังผ่าตัดให้หญิงปากแหว่งสำเร็จ ทำให้นางสวยและมีความมั่นใจมากขึ้น “คงดูดีทีเดียวล่ะ อาจเหลือแผลเป็นนิดหน่อย แต่ถ้าทาแป้งปิด คิดว่าคงมองไม่ค่อยเห็น อย่างงี้คงไม่เป็นไรแล้วล่ะ”

ซ๊อกรันยิ้ม ก่อนจะหันไปขอบคุณโดยังแทนหญิงสาว “ขอบคุณมากนะคะ ต่อไปคุณจะได้ไม่ต้องคิดสั้น หนีไปฆ่าตัวตายอีกแล้ว”

“ผ่าตัดคราวนี้ทำให้ได้เรียนรู้ว่า วันหน้าควรจะทำการผ่าตัดคนที่เป็นโรคปากแหว่งตั้งแต่ยัง เด็ก ๆ จะได้ไม่ต้องเอาแต่ซ่อนอยู่ในบ้าน มีโอกาสได้ออกไปเล่นกับเพื่อให้น แล้วเติบโตไปด้วยกัน ในที่ประชุมสำนักงานอนามัย ข้าจะเอาเรื่องนี้ไปเสนอให้หารือกันด้วย”

มียองรีบบอก “หลานข้าก็เป็นคนปากแหว่งเหมือนกัน แพทย์เบ๊กช่วยผ่าตัดให้เค้าได้มั้ยคะ ฮิ เอ๊ะ แพทย์ฮวางกลับมาแล้ว ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเหรอ?”

โดยังหันไปมองตามที่มียองบอก ก็เห็นนาโอโกะกับฮวางจอง นาโอโกะมองโดยังและซ๊อกรัน ไม่ค่อยพอใจนัก

เมื่ออยู่กันสองคน นาโอโกะก็ต่อว่าโดยังทันที “ยูซ๊อกรันสำคัญกว่างานแต่งงานของเราใช่มั้ย?”

“คุณก็เห็นแล้วนี่ ว่ามีคนไข้ปากแหว่งรอการผ่าตัดด่วนอยู่” โดยังรู้สึกรำคาญมาก

“ใช่ เพราะเห็นถึงได้โกรธไงล่ะ คนปากแหว่งจำเป็นต้องผ่าตัดด่วนด้วยเหรอ รอไม่ได้เหรอ? ให้แพทย์ฮวางกลับมาทำก็ได้นี่นา บอกมาซิ ว่าคุณอยากแต่งงานกับฉันรึเปล่า?” นาโอโกะไม่พอใจมาก

“นาโอโกะ”

“คุณ…รักฉันจริง ๆ เหรอ?” นาโอโกะจ้องหน้า รอคำตอบ

“ผมบอกแล้วว่าอย่าถามคำถามแบบงี้อีก”

“นั่นสินะ 5 ปีที่ผ่านมา ฉันได้แต่ถามคุณมาตลอด ถามซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนเป็นเด็ก ๆ เพราะหวังเสมอว่า หัวใจของคุณจะเปิดรับฉันได้บ้าง วันนี้ฉันเห็นแล้ว ว่าหัวใจของคุณไม่ได้เปิดรับฉันเข้าไปเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะว่าฉันรักคุณ ฉันเลยอาจจะดูอ่อนแอในสายตาของคุณ แต่วันนี้ คุณก็ทำเกินไปจริง ๆ”

โดยังหมดความอดกลั้น ระเบิดออกมา “นั่นคือเหตุผลว่าทำไมความข้องเกี่ยวของเราถึงยังไม่ไปไหน การแต่งงานของเราเลื่อนไปก่อนเถอะ ขอโทษที่ต้องพูดคำนี้ ผมควรบอกคุณก่อนจากมา คุณควรจะรู้อีกเรื่องนึง เรื่องการระเบิดที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล ที่ห้องพักของท่านอียงอิก”

“คุณรู้เหรอว่าใครทำ คุณหมายความว่ายังไง?”

“ผมรู้สิ เรื่องนั้นคนบงการก็คือ…”

“เป็นใครล่ะคะ?” นาโอโกะเชิดหน้า

“ช่างเถอะ”

“คุณบอกฉันมาเถอะ บอกฉันมาสิ แล้วเกี่ยวอะไรกับการแต่งงานของเรา บอกมาสิคะ”

“นาโอโกะ ตอนนี้ความเกี่ยวพันของโชซอนกับญี่ปุ่นกำลังเลวร้ายลงเรื่อย ๆ ถ้าเราแต่งงานท่ามกลางสภาพการณ์นี้ อาจจะไม่มีใครชื่นชมยินดีกับเรา เพราะทุกคนก็จะมองว่าผมแต่งงานเพราะอยากได้ลาภยศจากนาโอโกะ โดยเฉพาะท่านทูต และท่าน ผอ.วาตานาเบ้” โดยังกล่าวอย่างอัดอั้น

“ทำไมต้องไปแคร์สายตาคนอื่นด้วย แค่เรารักกันก็พอแล้ว”

โดยังสวนกลับทันที “ผมคงไม่แคร์ไม่ได้ ผมเป็นหมอโรงพยาบาลฮันซอง ผมอยากแสดงความสามารถ เพื่อให้ให้ได้รับการยอมรับซะก่อน ผมถึงจะแต่งงานกับคุณได้อย่างเต็มภาคภูมิน่ะ”

“ถ้างั้น จึงควรรอถึงเมื่อไหร่ล่ะคะ?”

“คิดว่าคงจะไม่นานนักหรอก”

“ถ้างั้น ฉันไปเปลี่ยนสัญชาติดีมั้ยคะ แค่นี้ก็หมดปัญหาแล้ว” นาโอโกะพูดแกมประชด “ฉันรู้สึกไม่สบายใจ ฉันรู้สึกเหมือนว่า เบ๊กโดยังกำลังจะจากฉันไป แม้แต่น้ำเสียงของคุณ ในตอนนี้ก็ไม่ปกติ ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลย ฉันเป็นอย่างนี้ ดูผิดปกติมั้ย ก็ได้ค่ะ เลื่อนการแต่งงานออกไปสักพักนึงก่อน แล้วฉันจะอธิบายให้กับท่านพ่อฟังเอง แม้กระนั้น ตอนอยู่ที่นี่ คุณต้องให้เวลาอยู่กับฉันมากขึ้น ได้รึเปล่า?”

นาโอโกะอ้อนวอน ทำให้โดยังใจอ่อน “ก็ได้”

หลังจากผ่าตัดหญิงปากแหว่งสำเร็จ ทำให้คนที่มีร่างกายเช่นนี้มีความหวังขึ้น

“จากการสำรวจเราพบว่าบรรดาเด็กทารกที่เกิดในโชซอน จะมีเด็กหนึ่งในพันคนที่เกิดมาเป็นโรคปากแหว่ง หรืออาจจะถึงขั้นเป็นโรคเพดานโหว่ แต่มีแม่เด็กจำนวนมากที่รู้สึกอายกับเรื่องนี้ และคิดจะเก็บซ่อนลูกของตนเอาไว้ในบ้าน เด็กก็ยิ่งไม่มีโอกาสได้ผ่าตัด ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเร่งรณรงค์เพื่อให้เสนอโอกาสผ่าตัดให้กับเด็ก ถ้าสามารถผ่าตัดให้กับเด็กที่อายุเพียงหนึ่งหรือสองปี ก็แทบจะไม่เหลือแผลเป็นอยู่อีกเลย ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องประสานงานกับสูตินรีเวช ว่าให้คอยสังเกตเด็กที่เกิดมามีภาวะปากแหว่งด้วย ผมได้เตรียมโปสเตอร์มาด้วย แพทย์ยูครับ ลองเอากลับไปดูนะครับ”

โดยังบอกทุกคนที่เจจุงวอน พร้อมกับทำโปสเตอร์ให้เจจุงวอนออกประกาศเชิญชวนเด็ก ๆที่เป็นโรคปากแหว่งให้มารักษา ทำให้เจจุงวอนต้องรับผู้ป่วยมากขึ้น

ท่านรัฐมนตรีพ่อของนาโอโกะเดินทางมาหาบุตรสาวในโชซอน เมื่อเจอกับโดยังก็เอ่ยปาก

“ได้ยินว่าคุณยุ่งมากจนไม่มีเวลากลับไปที่ญี่ปุ่นเลย วันนั้นก็เพราะผ่าตัดคนไข้ฉุกเฉิน จึงไปขึ้นเรือไม่ทัน”

“เอ่อ ครับ” โดยัง อึดอัดกับคำพูดที่ดูเหมือนจับผิดและคาดคั้นเขา

“ไฮ้ เค้ายุ่งมากครับท่าน เพราะว่าระยะนี้แพทย์เบ๊กยังได้เป็นหัวหน้าในการรณรงค์ช่วยผ่าตัดคนที่เป็นโรคปากแหว่ง ที่สำนักงานอนามัยของโชซอนด้วยครับ นับตั้งแต่พระเจ้าโกจงเสด็จย้ายออกจากสถานทูตรัสเซีย แล้วแพทย์เบ๊กได้ทำให้ภาพลักษณ์โรงพยาบาลเราดูดีขึ้นอย่างมากเลยทีเดียวครับ” วาตานาเบ้บอก

“อืม งั้นก็คงยุ่งจริง ๆ”

“ท่านพ่อคะ โดยังเค้าได้ใช้ความสามารถทางการแพทย์เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโชซอนกับญี่ปุ่นด้วย พวกคนไข้ก็มาเข้าแถวรอกัน ก็เพราะแพทย์โดยังเลยนะคะ”

“อืม งั้นเหรอ ฮึ่ม”

“เพราะฉะนั้น เลิกโกรธเรื่องเลื่อนการแต่งงานเถอะ เราก็กำหนดวันใหม่ก็ได้นี่คะ” นาโอโกะพยายามพูดให้พ่อไม่เอาเรื่องโดยัง

“นั่นสินะ อย่างงี้ก็ไม่เลว พ่อถึงได้เดินทางมาที่นี่ไงล่ะ ฮะ ๆ ๆ งานแต่งงานที่ญี่ปุ่น เราเลื่อนออกไปก่อนได้ แต่เราจัดงานที่โชซอนก่อนได้เลยนี่” พ่อนาโอโกะพูดยิ้ม ๆ “อืม ในโชซอนคุณก็ถือเป็นลูกหลานตระกูลใหญ่โต ฮะ ๆ ๆ ผมนึกถึงแต่ตัวเองมากไปหน่อย คุณคิดว่ายังไง” พ่อนาโอโกะพูดกดดันโดยัง

“ฮะ ๆ ๆ ท่านรัฐมนตรีช่างเข้าใจจิตใจของคนได้ดีจริง ๆ ครับ เอ่อ ถ้าหากเราจัดงานแต่งงานตามประเพณีญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ก็จะเป็นการแสดงสัญลักษณ์ที่ดี” วานาตาเบ้เห็นด้วย “ใช่แล้วครับ แล้วเราก็จะเชิญขุนนางใหญ่ของโชซอนมาจัดพิธีแต่งงานที่ใหญ่โตที่สุด” ทูตญี่ปุ่นเสริม

“นั่นสินะ เพราะว่าผมไม่มีลูกชาย ดังนั้นถ้าแต่งงานกันแล้ว ต้องเป็น…ลูกเขยแต่งเข้าตระกูลผม ผมจะยกนามสกุลโคบายาชิให้สืบทอด ผมต้องการจะให้คุณไปเริ่มชีวิตใหม่ในฐานะชาวญี่ปุ่น” พ่อนาโอโกะยื่นข้อเสนอให้โดยัง ทำให้โดยังรู้สึกลังเลมาก

นักฆ่าที่ฆ่ามาตังแกมีอาการอยากฝิ่นมากจึงมาที่เจจุงวอนเพื่อให้ให้ฉีดมอร์ฟีนให้

“ที่นี่มีกัญชารึเปล่าหะ? ข้าต้องการกัญชา อ้อ ได้ยินว่าที่นี่มีมอร์ฟีน รีบฉีดให้ข้าเร็ว” นักฆ่าบอกนังนังซึ่งนั่งรับคนไข้อยู่ด้วยเสียงอันเข้ม แต่สั่นบางส่วนเพราะอาการอยากฝิ่น บังเอิญฮวางจองเดินผ่านมาและเห็นอาการก็พอจะเดาได้ “นี่ท่านติดฝิ่นอยู่เหรอครับ โรงพยาบาลเราจะไม่ฉีดมอร์ฟีนให้ใครพร่ำเพรื่อหรอกครับ”

“ไม่ยอมฉีดให้ข้าใช่มั้ย?” นักฆ่าจ้องหน้า

“ฉีดให้ไม่ได้ครับ”“หึ ๆ ๆ ๆ ข้าไม่ได้เป็นคนฆ่าสัตว์แล้วนะ พระราชาทรงเลื่อนชนชั้นให้กับลูกชายของข้า ข้าเลยได้เลื่อนขั้นไปด้วย ฮะ ๆ ๆ ซี้ด ๆ” นักฆ่าเริ่มคุมสติไม่อยู่ พูดพร่ำคำที่มาตังแกพูดกับเขาก่อนตายออกมา “ไอ้เจ้าคนฆ่าสัตว์ มันพูดไว้ก่อนตาย ซี้ด ๆ ถ้าเจ้าฉีดให้ข้าจะบอกเจ้าทุกอย่าง ว่าพ่อเจ้าตายยังไง ใครเป็นคนฆ่า”

ลวง ลับ จับตาย (Ghost)

ละครเรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการคลี่คลายคดีอาชญากรรม (และคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับอินเตอร์เน็ต) ของหน่วยสืบสวนไซเบอร์

คิม อูยอน (โซ จีซบ) บุตรชายคนเดียวของนายตำรวจใหญ่คนหนึ่ง สอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจโดยได้คะแนนสูงสุดเป็นดับหนึ่ง และจบจากโรงเรียนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นด้วยคะแนนสูงสุดเป็นชั้นหนึ่งเช่นกัน หลังเรียนจบเขาได้เผ่านาทำงานในหน่วยสืบสวนไซเบอร์ ร่วมกับ ยู คังมี (ลี ยอนฮี) โดยมีหน้าที่ไขปริศนาและค้นหาความลับเกี่ยวกับคดีต่างๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในโลกออนไลน์

คิม อูยอน ซึ่งได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมสืบสวน ได้ทำการกวาดล้างเว็บการพนันผิดกฏหมาย พร้อมกับเข้าจับกุมคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยร่วมมือกับทีมตำรวจฮ่องกงและจีนเพื่อให้บุกเข้าจับกุมผู้ทำความผิดในเวลาเดียวกัน

ขณะที่คิม อูยอน ลูกทีมและบุกเข้าไปจับคนร้าย พวกเขาก็พบว่าข้อมูลต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ได้ถูกทำลายโดยโปรแกรมที่เซ็ทขึ้นโดย "เฮดีส" ("เฮดีส  หรือฮาเดส (Hades) " เป็นชื่อของเทพเจ้าผู้ปกครองนรกและโลกหลังความตาย ตามความเชื่อของชาวกรีกโบราณ) พวกเขาจึงใช้ "traceroute" ตรวจตราตำแหน่งของเฮดีส ระหว่างนั้น ข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องยก้สาวของดาราดัง "ชิน ฮโยจอง" (อีซม)  ได้แพร่สะพัดบนโลกออนไลน์ ดาราสาวจึงทวีตข้อความ "ฉันอยากตาย" ลงบนทวิตเตอร์ ก่อนที่จะกระโดดลงมาจากตึก 

คิม อูยอน และยู คังมี รีบเดินทางไปที่คอนโดของดาราหนังสาว พร้อมกับนำโน๊ตบุ๊ค (ที่ถูกเฮดีสแฮกข้อมูล) กลับไปตรวจตรา ขณะอยู่ในลานจอดรถชั้นใต้ดินนักสืบยู คังมีได้พบกับนักข่าวปาร์ก กียอง  (เช แดเนียล) เขาถามคุณว่า ข้อความสุดท้ายที่ปรากฏในทวิตเตอร์เป็นการทวีตโดยดาราสาว "ชิน ฮโยจอง" จริงๆ รึเปล่า   เพราะตอนนี้มีกระแสข่าวลือว่าข้อความดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นดาราสาวไม่ได้ทวีตเอง

หลังจากนั้น ยู คังมี ได้พิจารณาโน๊ตบุ๊คของดาราสาวและพบว่าข้อความสุดท้ายไม่ได้ถูกทวีตจากเครื่องของคุณ    ทีมสืบสวนไซเบอร์จึงสันนิษฐานว่าน่าจะมีคนอื่นอยู่ตรงนั้นตอนที่ดาราสาวเสียชีวิต

ระหว่างนั้น นักสืบควอน ฮยอกจู (ควาก ยองกิล) ก็เร่งสืบหาสาเหตุการเสียชีวิตของดาราสาว "ชิน ฮโยจอง" ด้วยเช่นกัน แต่คดียังไม่ทันคลี่คลายเจ้านายของเขาก็รายงานผลการสืบสวนผ่านทางหน้าจอทีวีโดยบอกว่า ดาราสาวเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย ทันใดนั้น สัญญาณโทรทัศน์ก็ถูกตัด และมีมือดีนำภาพเหตุการณ์ตอนที่ดาราสาวกำลังร่วงลงมาจากตึกออกอากาศผ่านทางหน้าจอทีวี จนสร้างความแตกตื่นไปทั่ว

คิม อูยอน ใช้คอมพิวเตอร์ตรวจดูจนรู้ว่าเฮดีสคือคนที่อยู่เบื้องหน้าการเผยแพร่ภาพอันน่าหวาดเสียวดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เขาจึงออกไล่ล่าและสามารถจับตัวคนร้ายที่ใช้นามแฝงว่าเฮดีสได้ที่สถานีรถไฟใต้ดิน แต่แล้วเขาก็ถึงกับช็อคเมื่อรู้ว่า เฮดีส ก็คือ  "ปาร์ก กียอง" อดีตรูมเมทและเพื่อให้นที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งแฝงตัวมาเป็นนักข่าว

ปาร์ก กียอง ยืนกรานว่าตนไม่ได้ฆ่าดาราสาว แต่เมื่อสัปดาห์ก่อนมีคนส่งอีเมล์มาให้โดยสัญญาว่าจะจ่ายเงินก้อนโตหากเขาหาไฟล์ "แฟนทอม (phantom)" ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของดาราสาวเจอ ทั้งยังบอกด้วยว่าฆาตกรตัวจริงสวมนาฬิกาข้อมือที่มีลายแผนที่โลกบนหน้าปัด พูดจบเขาก็วิ่งหนีไป และแปลงเป็นผู้ต้องหาที่ทางการต้องการตัวในที่สุด

หลังคิม อูยอน และปาร์ก กียอง โคจรมาพบกัน เหตุการณ์ก็เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อคิม อูยอน เสียชีวิตในหน้าที่จากเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ ปาร์ก กียอง ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และได้รับบาดเจ็บสาหัสทั่วตลอดตัว โดยเฉพาะรอบๆใบหน้า จึงสวมรอยเป็นคิม อูยอน (โดยได้รับความช่วยเหลือและร่วมมือจากยู คังมี ที่สร้างหลักฐานเท็จว่าผู้ตายคือ ปาร์ก กียอง) หลังรักษาตัวและทำศัลยกรรมใบหน้าจนกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว (เป็นคิม อูยอน)  ปาร์ก กียอง ก็เดินหน้าไขคดีปริศนาและใช้ชีวิตในฐานะ คิม อูยอน

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า ตอนที่ 9

ตอนที่แล้วจบลงตรงที่แทฮาช่วยชีวิตเฮวอนไม่ให้ถูกนักฆ่าสาวยูนจีลอบฆ่า ซึ่งตอนที่แทฮาและนักฆ่าสาวกำลังต่อสู้กันนั้น ผ้าพันศีรษะของแทฮาก็ถูกคมมีดสั้นของยูนจีกรีดจนร่วงหลุดลงมา

อีกด้านหนึ่ง แทกิล เช และวังซอน ต่างก็กระจายกำลังกันออกไล่ล่า โดยหมายมั่นว่าจะดักจับแทฮาก่อนที่เขาจะพาเฮวอนลงเรือ (แทกิลรู้ว่าแทฮาจะลงเรือเล็กล่องตามลำน้ำไปยังเกาะวอนโท จากนั้นจึงลงเรือใหญ่เพื่อให้ผ่านสมุทรต่อไปยังเกาะเชจู)

ตอนที่ 9 นี้ เริ่มด้วยการย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ที่สามชายหนุ่มนักล่าทาสต่างแยกย้ายกันออกตามล่าแทฮา หลังสืบจนรู้ว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ

ไม่เพียงแทฮาที่ถูกสามชายหนุ่มนักล่าทาสตามล่า เฮวอนเองก็ถูกนักฆ่าสาวยูนจีตามมาลอบฆ่า โชคดีที่แทฮาเห็นเข้าเสียก่อนจึงช่วยชีวิตคุณไว้ได้ทัน หลังฆ่าเฮวอนไม่สำเร็จยูนจีก็ใช้มีดสั้นตรงเข้าจู่โจมแทฮา (ซึ่งต่อสู้ด้วยมือเปล่า) อย่างรวดเร็ว เมื่อถูกแทฮาปัดแขนออกจนเสียหลัก ยูนจีก็ใช้แขนอีกข้างชักมีดสั้นเล่มที่สองขึ้นมาแทงสวนทันที แม้แทฮาจะหลบทันชนิดฉิวเฉียด แต่คมมีดก็กรีดผ้าพันศีรษะของเขาจนขาดร่วงลงพื้น และเผยให้เห็นรอยสักคำว่า "ทาส" บนหน้าผากอย่างชัดเจน

เฮวอนถึงกับตกตะลึงเมื่อได้เห็นรอยสักบนหน้าผากแทฮา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาเคยรับรองกับคุณว่า "เขาไม่ใช่ทาส"

นอกจากนี้ รอยสักดังที่ได้กล่าวมาแล้วยังทำให้เฮวอนนึกถึงเหตุการณ์สมัยเมื่อ 10 ปีก่อนตอนที่คุณยังเป็นทาสสาวออนยอน หลังหลุดพ้นจากการเป็นทาสรับใช้ครอบครัวแทกิลแล้ว ทั้งคู่ก็ปลดปล่อยตนเองให้เป็นไทด้วยการใช้เหล็กร้อนๆ นาบลงบนผิวหนัง เพื่อให้ลบรอยสักอักษร "ทาส" รอบๆหน้าอก

ด้านแทกิลที่ไล่ตามแทฮามาติดๆ ก็ถูกขัดจังหวะเพราะโดนเบ็กโฮและลูกสมุนดักซุ่มโจมตี แทกิลรอดคมดาบของเบ็กโฮมาได้แบบเฉียดฉิว  เขาจึงต้องพักการไล่ล่าแล้วหันมาต่อสู้กับเบ็กโฮโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าเบ็กโฮเป็นใคร แทกิลสู้กับเบ็กโฮและลูกสมุนแบบ 3 รุม 1 ข้างเบ็กโฮมีดาบเป็นอาวุธ ส่วนแทกิลต่อสู้ด้วยมือเปล่า หลังจัดการลูกสมุนของเบ็กโฮได้แล้ว แทกิลก็หันไปเผชิญหน้ากับเบ็กโฮ

เบ็กโฮถามว่า เขาคือ นักล่าทาสที่ชื่อ "อี แทกิล" ใช่หรือเปล่า แทกิลพูดทวนชื่อตนเองแล้วตอบว่า ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เบ็กโฮรู้ว่าแทกิลโกหก เลยหยิบภาพวาดปัจจุบันของเฮวอนออกมายกให้แทกิลดู พลางจ้องหน้าด้วยแววตาคาดคั้น จากนั้นก็ถามว่า 'รู้จักผู้หญิงคนนี้ไหม' เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ ว่าเขามาฆ่าแทกิลเพื่อให้เฮวอน (และน่าจะสงสัยในความเชื่อมโยงของทั้งคู่)

แทกิลจ้องมองภาพวาดเฮวอนด้วยอาการตกตะลึง แม้พึ่งเห็นใบหน้าของอดีตคนรักเป็นนัดแรกในรอบสิบปี  (แทกิลมีแต่ภาพวาดในอดีตของคุณ)  แต่เขาก็จำคุณได้ทันที…

Prometheus (2012) โพรมีธีอุส

Ridley Scott ผู้กำกับมือฉมังผู้ให้กำเนิดหนังไซไฟ-ทริลเลอร์เรื่องเยี่ยมอย่าง Alien ในปี 1979 ซึ่งเล่าเรื่องราวของยานนอสโตรโม ยานขนส่งที่กำลังจะกลับจากภารกิจ แต่ระหว่างทาง พวกเขาเกิดไปได้รับสัญญาณอ้อนวอนเข้า ทำให้ยานต้องร่อนลงจอดเพื่อให้ทำการช่วยเหลือ แต่แล้ว ปรากฎว่าเมื่อ เคน (John Hurt) ลูกเรือคนหนึ่งลงไปสำรวจ กลับโดนสิ่งมีชีวิตแปลกกระโดดเข้าเกาะหน้า พวกเขารีบนำเคนขึ้นยาน และไม่นาน เจ้าตัวแปลกนั่นก็หลุดออกจากเคนซะดื้อ ๆ และเขาก็ดูเป็นปกติดี แต่หารู้ไม่ว่าตัวอ่อนเอเลี่ยนได้ฝังอยู่ในตัวเคนแล้ว และความตายอย่างสยดสยองของลูกเรือก็เริ่มขึ้น

     สำหรับ Alien แล้วเราไม่ได้ดูตอนที่มันเข้าโรง(เพราะเกิดไม่ทันนั่นเอง) แต่ได้มาดูเป็นแผ่นวีซีดีตอนสมัยเด็ก ต้องบอกว่าในตอนนั้นเรากลัวไอ้ตัว Facehugger มาก ดูทีไรก็สะดุ้งทุกทีเวลามันกระโดดไปเกาะหน้าใครเข้า ซึ่งก็น่าจะรู้แล้วว่าเรากลัวหนังเรื่องนี้มากขนาดไหนในตอนเด็ก พอเราโตขึ้นแล้วกลับมาดูเราดันไม่ค่อยรู้สึกกลัวเท่าไหร่ แต่ก็ยอมรับว่าฉากนั้นเป็นหนึ่งในฉากที่สยดสยองที่สุดในบรรดาหนังไซไฟที่ดูมา

     พอมา Prometheus เราได้ยินมาว่านี่จะเป็นภาคต้นกำเนิด Alien เราก็ตื่นเต้นมากที่จะได้ดูเพราะเห็นมันขึ้นในหน้าแนะนำของ Netflix แถม Ridley Scott ก็ยังกำกับเหมือนเดิม แน่ๆว่าความคาดหวังก็ต้องเยอะเป็นธรรมดา หนังเล่าเรื่องราวของสองนักวิทยาศาสตร์ อลิซาเบ็ธ ชอว์ (Noomi Rapace) และ ชาร์ลีย์ ฮอลลีเวย์ (Logan Marshall-Green) ไปเจอภาพวาดโบราณในถ้ำเข้า ซึ่งคุณเชื่อว่าภาพวาดนั้นมันคือคำเชิญของพระเจ้า คุณกับชาร์ลีย์จึงรวมทีมนักวิทยาศาสตร์อีกเกือบสิบนายเพื่อให้ไปตามคำเชิญนั้นบนดาวปริศนาโดยยานโพรมีธีอุส ซึ่งภายหลังที่ทุกคนไปเหยียบดาวดวงนั้นแล้ว แน่ๆว่ามี Something Wrong เกิดขึ้น จนเปลี่ยนเป็นเหตุสยองขวัญที่เราจะได้เห็นในหนังเรื่องนี้

ภาพจาก Official Trailer

     หนังเปิดเรื่องมาได้น่าสนใจมาก ฉายภาพให้เห็นผู้สร้างที่กำลังดื่มสารอะไรบางสิ่งบางอย่างเข้าไปก่อนที่ร่ายกายจะค่อย ๆ สลายแล้วตกลงไปยังสายน้ำ ซึ่งสร้างปริศนาให้กับเราคนดูว่าสารนั้นมันคืออะไรกัน ใช่สารที่ทำให้คนดื่มแปลงเป็นเอเลี่ยนหรือเปล่า(ซึ่งมารู้ทีหลังก็แอบสยองอยู่พอสมควร) หลังจากนั้นหนังก็แนะนำตัวละครให้เราได้รู้จัก และใช้เวลาในส่วนนี้ไปมากโขจนเราแอบหลับไปประมาณ 5 นาทีก่อนจะตื่นมาดูต่อ ปัญหาก็คือช่วง 30 นาทีแรกของหนังดำเนินเรื่องช้าถึงช้ามาก และไร้ซึ่งความตื่นเต้นโดยสิ้นเชิง หนังมาสนุกช่วงที่ตัวละครเริ่มเข้าถ้ำไปตามคำเชิญชวนของผู้สร้าง ซึ่งต้องขอชื่นชมทางทีมงาน Production Design ที่เนรมิตฉากบนยาน ฉากบนดาว และฉากในถ้ำออกมาสวย และมีความทันสมัยเป็นอย่างมาก ซึ่งก็สมกับทุนสร้าง 130 ล้านที่ลงทุนไป เรียกว่าเก็บทุกเม็ดจริง ๆ ซึ่งก็สมกับชื่อ Ridley Scott ป๋าแกไม่ยอมพลาดอยู่แล้วในจุดนี้

     สำหรับหัวข้อต่าง ๆ ในหนังนั้น ส่วนตัวเราไม่เคยอ่านพระคัมภีร์ไบเบิ้ล เลยไม่ค่อยเก็ตในหลายหลักสำคัญที่เขาพยายามจะสื่อ แต่เราก็ชอบใจความสำคัญผู้สร้างที่ Prometheus นำเสนอมาก แถมเรายังชอบการตั้งคำถามในหนังด้วยว่า

 ถ้าพระเจ้าสร้างเรา แล้วใครสร้างพระเจ้า   
 ภาพจาก Official Trailer

     หนังไม่ได้มีฉากแอคชั่นตูมตามอะไรอย่างมาก แต่ก็สามารถสร้างความหวาดผวาให้กับเราคนดูได้ดี ด้วยบรรยากาศบนยานโพรมีธีอุส และสภาพแวดล้อมบนดาว และดนตรีประกอบโดย Marc Streitenfeld มันเอื้อให้แก่อารมณ์คนดูมาก ๆ ยิ่งช่วงช่วงหลังของหนังที่บอกเลยว่า "โคตรลุ้น โคตรระทึก และโคตรกดดัน" ซึ่งทำได้ดีมากตามมาตรฐานที่หนัง Alien ภาคแรกเคยทำไว้

     ทีมดาราในภาคนี้ ต้องบอกว่าความสามารถระดับพระกาฬทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Michael Fassbender, Noomi Rapace, Charlize Theron, Idris Elba หรือแม้กระทั่ง Guy Pearce ที่โผล่มาน้อยแถมยังเมคอัพหน้าแก่จนแทบจำไม่ได้ว่านี่คือพี่แก ทุกคนเล่นได้ดีสมหน้าที่ โดยเฉพาะ Fassbender ที่แสดงเป็นเดวิดได้น่ากลัวและน่าสงสัยมาก ๆ ถึงแม้ในแง่ของบทอาจจะไม่ได้ดีเว่อร์ แต่อย่างน้อยผู้แสดงก็ยกระดับบทให้ดูดีขึ้นนิดนึงแหละว้า

ภาพจาก Official Trailer

      สรุปแล้ว Prometheus เป็นหนังไซไฟ-ทริลเลอร์ที่ทำออกมาได้ดีในระดับนึงเลย ถึงแม้เราจะไม่ได้ชอบมากเท่า Alien ภาคแรก แต่เราก็ยังชอบบรรยากาศและอารมณ์ลุ้นระทึกจากเรื่องนี้อยู่พอสมควร อีกอย่างงานภาพสวยมาก ดนตรีก็ช่วยอารมณ์วังเวงได้กดดันไปอี๊กกกกก โดยรวมคนที่ชอบไซไฟไม่ควรพลาด หรือว่าใครที่ชอบทริลเลอร์ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน สามารถรับได้แล้วที่ Netflix คลิ๊กดูได้เลย…

In The Tall Grass พงหลอนมรณะ

In The Tall Grass นั้นเป็นเรื่องสั้นในสไตล์ดั้งเดิมของ Stephen King แบบที่หลายท่านคุ้นเคยกัน กับเรื่องราวน่ากลัวจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติที่เราพบเห็นกันอยู่ปกติทั่วไป มาคราวนี้เป็นทุ่งหญ้าที่สูงปกคลุมจนท่วมหัวตามริมทางข้างถนน แต่กลับเปลี่ยนเป็นความสยองขวัญแบบไม่คาดคิด เมื่อ “ทุ่งหญ้าที่สูงท่วมหัวเปลี่ยนเป็นดั่งเขาวงกตที่ไร้ทางออก”  จากนั้นก็เหมือนฝันร้ายเมื่ออะไรๆ ในทุ่งหญ้านี้เริ่มแปลกแปลกเกินจินตนาการขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้ยินเสียงตัวเองในอีกห้วงเวลาหนึ่ง การพบกับเด็กชายลึกลับที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ ทั้งยังพบกับคนอื่นๆ ที่หลงอยู่ในทุ่งหญ้านี้มานานแสนนานเช่นกัน

รีวิว in the tall grass พงหลอนมรณะปริศนาทั้งหลายนี้ก็เป็นไปตามสไตล์นิยายสตีเฟนคิง ซึ่งถ้าใครดูมาเยอะๆ ก็จะพอจับจุดได้ว่าคิงใช้มุกเดิมแนวที่อาถรรพ์มารีไรท์ใส่ในโลเกชั่นใหม่ อย่างปัจจุบันที่พึ่งผ่านพ้นไปเดือนก่อนก็ IT กับเมืองที่มีอาถรรพ์ตัวตลกกินเด็ก หรืออย่าง Pet Sematary กลับจากป่าช้า ที่พึ่งรีเมคใหม่ปีนี้ ก็เป็นแนวที่ดินต้องสาปเช่นกัน ซึ่งกับหนังจากนิยายสตีเฟนคิงที่ทำออกมาติดๆ กันช่วงหลังก็ดูจะซ้ำเดิมมากไปเหมือนกัน แต่ก็ต้องชมว่าในความซ้ำนั้นสตีเฟนคิงเก่งตรงเอาเรื่องง่ายๆ มาทำให้น่ากลัวเกินคาด ซึ่งพงหญ้ามรณะนี้ก็หลอนลึกลับน่ากลัวใช้ได้ ยังไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องผีปีศาจที่อยู่ในทุ่ง เอาแค่ขอบใบหญ้าที่บาดผิว ความร้อน โคลน แมลงวัน กา ความร้อนจากดวงอาทิตย์ และฝนตกในเวลากลางคืน องค์ประกอบธรรมชาติเดิมๆ พวกนี้ก็ทำให้คนดูรู้สึกระทึกขวัญหวาดระแวงว่าจะมีอะไรน่ากลัวในพงหญ้าที่แหวกไปตลอดเวลา

นอกจากองค์ประกอบธรรมชาติที่เรื่องนี้ทำได้ถึงแล้ว หนังยังพาเอาเรื่องราวของปีศาจร้ายไม่ที่ปรากฎว่ามีตัวตนยังไงตามสไตล์สตีเฟนคิงมาไว้ที่พงหญ้าแห่งนี้ด้วย ซึ่งก็ดูเป็นสูตรสำเร็จแบบที่ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายอะไรมาก หนังใช้การอธิบายนิดหน่อยให้คนไปจินตนาการต่อเองว่าเขาวงกตในทุ่งหญ้านี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรกันแน่ แม้ว่าจะดูลึกลับดี แต่ในอีกทางหนึ่งก็ดูเป็นอะไรที่ง่ายเกินไปหน่อย หนังไม่มีคำอธิบายแน่ชัดว่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นในทุ่งหญ้าแห่งนี้ ดูจบและจากนั้นก็ยังเป็นปริศนาเรื่องเล่าหลอนๆ ได้ต่อไป ไม่มีการจบแบบเคลียร์ปมอะไรทั้งสิ้น

รีวิว in the tall grass พงหลอนมรณะ ลึกลับ น่ากลัว สยองขวัญตามสไตล์ดั้งเดิม Stephen King 1นอกจากความน่ากลัวของที่เขาวงกตแล้ว หนังยังเล่นหลักสำคัญหลักไปที่เรื่องความเชื่อมโยงของคนที่หลงในทุ่งหญ้าด้วยกัน จากที่ดูเหมือนคนใกล้ตัวไว้ใจได้ แต่พอมาอยู่ในทุ่งหญ้านี้กลับแปลงเป็นไม่น่าไว้วางใจ รวมทั้งการเปิดความเกี่ยวพันที่ผูกโยงใยกันมาก่อน แล้วโดนทุ่งหญ้าแห่งนี้ลากมารวมกัน เพื่อให้ชดใช้สิ่งที่ตัวเองทำลงไป หนังผูกโยงใยตัวละครได้อย่างน่าสนใจ ผู้แสดงเล่นได้ดีทุกตัวละคร ตั้งแต่เด็กน้อยเจ้าของเสียงที่ลากทุกคนเข้าไปมาอยู่ในทุ่ง หนังทำให้ดูไม่น่าไว้ใจตลอดเวลาว่าเด็กคนนี้เป็นอะไรกันแน่ รวมทั้งพ่อของเจ้าหนูคนนี้ก็กลายมาเป็นตัวละครที่คาดเดาไม่ได้เช่นกัน แม้แต่ตัวเอกหลักจุดเริ่มของเรื่องก็ด้วย หนังวางให้มีเบื้องหน้าความเกี่ยวเนื่อง 3 คน พี่ชาย น้องสาว (ที่ท้องโตใกล้คลอด) อดีตคนรัก เป็นซับพล็อตเสริมให้คิดว่าทุ่งหญ้านี้ช่วยเปิดสันดานดิบของมนุษย์ขึ้นมาอีกทาง นอกจากความน่ากลัวในตัวเขาวงกตของมันเอง

พงหลอนมรณะ
พงหลอนมรณะ Original Netflix
เหมือนว่าแค่นั้นยังไม่พอ หนังยังเล่นกับเรื่องห้วงเวลาจนแปลงเป็นลูปเวลาซับซ้อน จนเปลี่ยนเป็นหนังไซไฟสยองขวัญไปในตัวด้วย ซึ่งถ้าใครชอบแนวห้วงเวลาฆาตกรรมเหมือนอย่างเรื่อง Triangle เรือสยองมิตินรก เรื่องนี้ก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน และก็ดูจะให้อารมณ์ใกล้เคียงกันมาก (ถ้าใครไม่เคยดูแนะนำเลยห้ามพลาดครับ) ทำให้หนังเรื่องนี้มีอะไรที่ลึกลับกว่าที่ตัวอย่างเปิดเผยไว้เข้าไปอีก

แม้ว่าความความสยองขวัญน่ากลัวจะทำได้ถึง ไม่เสียเครดิตที่เอาชื่อสตีเฟน คิงมาแปะไว้ แต่หนังกลับพลาดที่ยืดเยื้อเรื่องราวมากจนเกินพอดี หนังใช้เวลานานมาก วกวนอยู่ในเรื่องราวปริศนาที่ไม่ได้ตั้งอกตั้งใจให้มีเฉลยเคลียร์ปมชัดเจนจนน่าเบื่อ แถมช่วงหลังหนังใช้ช่วงเวลากลางคืนมาเล่นยาวนานมากไป ต่างกับตอนเริ่มที่หนังใช้ความน่ากลัวแบบกลางวันแสกๆ ซึ่งทำได้ดีมากกว่าฉากเวลากลางคืน ที่ถ่ายทำออกมามืดจนแทบมองอะไรไม่เห็น เปลี่ยนเป็นความคิดว่ามีตอนแรกทำได้ดีมากกว่าตอนหลังมาก แต่ก็ยังดีที่หนังมีกลับไปช่วงเวลากลางวันสลับไปมาจนจบเรื่อง ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกตอนกลางวันกลับน่ากลัวกว่ากลางคืนอย่างชัดเจน

รีวิว in the tall grass พงหลอนมรณะ ลึกลับ น่ากลัว สยองขวัญตามสไตล์ดั้งเดิม Stephen King 2
in the tall grass พงหลอนมรณะ
หนังไม่ได้ใช้แค่เรื่องราวในทุ่งหญ้าเล่าเรื่องเพียงแค่นั้นยังมีการออกไปด้านนอกที่โบสถ์ลึกลับตรงผ่านฝั่งถนน ซึ่งก็เหมือนเป็นปริศนาที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวในทุ่งหญ้า แต่กลับให้เวลาในส่วนนี้น้อยมากไปจนทำให้ตอนจบสุดท้าย เราก็ยังไม่ได้เข้าใจความเกี่ยวข้องของสองที่นี้ดีพอ ทำให้ฉากจบออกจะงงๆ ปะติดปะต่อไม่ถูก แต่ถ้ามองในมุมหนังที่เล่นเรื่องห้วงเวลาเป็นหลักชอบจบแนวๆ นี้ทุกเรื่อง ซึ่งก็ถือว่าพอรับได้ ไม่ได้ทำให้ in the tall grass เปลี่ยนเป็นหนัง Netflix ที่คนมักยี้ว่าขึ้นต้นดีแล้วจบห่วยไปอีกเรื่อง

1 Bridges เผด็จศึกยึดนิวยอร์ก

ผลงานจากผู้อวยการสร้าง แอนโทนี และ โจ รุสโซ่ ผู้สร้างผลงานอย่าง Avengers: Infinity War และ Avengers: Endgame และได้ผู้แสดงอย่าง แชดวิก โบสแมน ที่เคยรับบท แบล็คแพนคุณร์ มารับบทตำรวจนิวยอร์คชายหนุ่มไฟแรง “อังเดร เดวิส” ที่เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมตำรวจ 7 คน โดยคนร้ายสองคนที่เป็นมืออาชีพ อังเดร มีเวลา 4 ชั่วโมง เพื่อให้ตามล่าคนร้ายในคดีอุกฉกรรจ์นี้ โดยสั่งปิดเกาะแมนฮัตตันลงทั้งเกาะ ซึ่งรวมไปถึงสะพาน 21 จุด และหยุดขบวนรถทุกประเภทเข้าออกจากเกาะ ปูพรมส่งนายตำรวจเข้าไปดำเนินงานไล่ล่าในคราวนี้

ตัวอย่าง 21 Bridges เผด็จศึกยึดนิวยอร์ก

หนังแอ็กชั่นที่ฟังพล็อตแล้วดูเนื้อเรื่องดุเดือดเลือดพล่านมาก แถมได้ชื่อผู้ให้การสร้างจาก Avengers กับผู้แสดงผิวสี “แชดวิก โบสแมน” ที่ทุกคนรู้จักกันในบทฝ่าบาทของแบล็คแพนคุณร์ หนังน่าจะทำได้และเป็นอย่างพล็อตที่วางไว้มาก แต่พอดูจริงกลับเปลี่ยนเป็นหนังปิดเกาะแค่พอเป็นพิธีตามเนื้อเรื่อง แต่ก็ไม่ได้มีการไล่ล่าเหนือชั้นอะไรให้เห็นในเรื่องเลย คือไม่ต้องปิดเกาะก็ได้เพราะเรื่องราวไม่เคยไปถึงด่านหรือมีอะไรให้ความรู้สึกว่าบีบคั้นขนาดนั้นเลย หนังมาในสูตรเดิมๆ ผู้ร้ายปล้นฆ่าตำรวจ พระเอกตามไล่ล่าวิ่งไล่จับ มีเวลาจำกัดก่อนเช้าที่จะไม่สามารถปิดเมืองแบบตอนดึกได้ (เรื่องเกิดตอนตี 1 ปิดเมืองได้ถึงตี 5) หนังมาในแนวใช้เทคโนโลยีจากกล้องวงจรปิดทั่วเมืองตามหาโจร แล้วหลังจากนั้นก็ส่งพระเอกไป จบแค่นั้น

21 Bridges เผด็จศึกยึดนิวยอร์ก
21 Bridges เผด็จศึกยึดนิวยอร์ก
เหมือนว่าหน้าหนังต้องการแค่ใช้พล็อตปิดเมืองมาเป็นจุดขายดึงคนชอบแนวแอ็กชั่นระห่ำๆ เผ่านาดู แต่ที่จริงแล้วหนังต้องการขายแนวสืบสวนเสียมากกว่า เพราะเรื่องราวจริงๆ คือการคิดแผนสมคบคิดครั้งใหญ่ แต่ไม่ต้องมาเดาอะไร เพราะผู้ร้ายในเรื่องก็แทบจะเสนอหน้าตัวเองบอกอยู่โทนโท่แล้วว่าฉันนี่แหละผู้ร้าย ข้าแค่มาหลอกใช้มึงเพียงแค่นั้นหนังเปิดปมของเรื่องราวมามาตอนแรกให้ดูทะแม่งๆ แบบบอกเลยว่านี่เป็นการจัดฉาก พร้อมกับแทบจะเฉลยคนร้ายตามมาในเวลาไล่เรี่ยกัน เหมือนต้องการหลอกคนดูที่ชอบเดาทางเรื่องให้คิดไปตลอดเรื่องเองว่าหนังน่าจะมีอะไรมากกว่าที่เห็น ผู้ร้ายต้องไม่ใช่หมอนี่สิไม่งั้นมันจะง่ายไป บลาๆ แต่รวมทั้ง “หักมุมด้วยการไม่หักมุม” หนังเฉลยแบบไม่มีเซอไพรส์อะไรกับเรื่องราวเลยสักนิด จนแอบคิดไม่ได้ว่าหนังตั้งมั่นหลอกคนดูให้คิดไปเองจริงๆ ใช่มั้ย หรือว่าหนังอาจจะมีเรื่องราวพล็อตแนวทริลเลอร์สืบสวนมาก่อน แต่ด้วยความที่บทดูธรรมดาไม่ได้แปลกใหม่อะไร จึงต้องหาจุดขายเว่อร์ๆ อย่างปิดเกาะมาครอบไว้อีกชั้น เพื่อให้ให้เนื้อในของหนังที่แสนธรรมดา ได้มีพล็อตหน้าหนังเท่ๆ กับดาราเท่ๆ มาเป็นจุดขาย

รีวิว 21 Bridges เผด็จศึกยึดนิวยอร์ก หนังแอ็กชั่นระห่ำไม่สุด แถม "หักมุมด้วยการไม่หักมุม" 1
สองโจรที่เปิดมาอย่างดี แต่เวลาผ่านไปกลับจบลงอย่างง่ายๆ
ความง่ายๆ ของเรื่องยังรวมไปถึงสองโจรที่เปิดมาก็เหมือนจะมีอะไรน่าสนใจ เพราะฆ่าตำรวจตายไป 7 ศพ โดยปูว่าเป็นทหารเก่าเดนตายมาก่อน แต่แล้วกลับเปลี่ยนเป็นจบลงอย่างง่ายๆ จนแทบจะเปลี่ยนเป็นโจรธรรมดาสามัญประจำเมืองแทน แต่ที่เป็นแบบนั้นก็อาจจะเพราะหนังถูกวางให้มีเรื่องราวสืบสวนไปยังผู้ร้ายตัวจริงมากกว่าตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว จึงไม่ได้คิดจะทำในส่วนนี้ให้ดูใหญ่โตเกินกว่าเรื่องราวที่แท้จริง

แต่ข้อเสียก็เป็นข้อดีในตัวคือ หนังดูง่ายไม่ซับซ้อน สนุกเพลินๆ มีความมันส์พอใช้อยู่ แม้การไล่ล่าจะไม่ได้ระทึกสุดขีดแบบที่หวังไว้ แต่ก็เป็นซีนที่น่าติดตามไปเรื่อยๆ ได้จนจบเรื่อง ก็แค่จะรู้สึกขัดใจกับการพยายามจงใจเฉลยตัวร้ายทุกช่วงแบบกลัวคนไม่รู้นี่แหละ ทำให้หนังทั้งเรื่องที่พยายามไปแนวทางสืบสวนซักถามดูขัดกันเองเพราะพยายามเฉลยโจ่งแจ้งอยู่ตลอดเวลา

ในส่วนของผู้แสดง แชดวิก โบสแมน ฝ่าบาทของเราก็ยังหล่อเท่ดูดีเหมือนเดิม พร้อมการแสดงที่ดูจริงจังเข้มข้นกับบทตำรวจที่มีปมพ่อถูกโจรฆ่าแล้วโตมากับความยุติธรรมไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร แม้บทหนังจะหลวมโครกคราก แต่เขาก็ช่วยทำให้หนังดูมีอะไรน่าติดตามกับในส่วนของความขัดแย้งในใจ ดุแล้วเป็นดาราที่ปูมาสายแอ็กชั่นแจ้งเกิดต่อไปได้แม้ไม่มีบทในแบล็คแพนคุณร์ได้สบายๆ หายห่วง ใครที่ติดตามเขาอยู่ก็ไม่ผิดหวังกับการดูเรื่องนี้แน่ๆ

นี่เป็นหนังที่เหมือนรู้ว่าตัวเองมีจุดอ่อนในเรื่อง จึงพยายามหาอะไรมากลบๆ ไว้ อย่างหน้าหนังก็พยายามขายชื่อสองพี่น้องแอนโทนี และ โจ รุสโซ่ มากเกินไป จนกลบขื่อผู้กำกับ Brian Kirk ไปหมด ซึ่งนี่เป็นผลงานกำกับหนังโรงนัดแรกของเขา ต้องให้เครดิตว่ายังทำได้ดีในองค์รวม แม้บทหนังจะเป็นแบบที่บอกในข้างต้นก็ตามทีครับ